ธีระ โรจนาเปรมสุข
12-16 ธันวาคม 2554
จันทร์12 วันหยุดชดเชย
อังคาร13 Sideway แดนลบ
พุธ14 Sideway แดนลบ
พฤหัสฯ15 Sideway แดนลบ
ศุกร์16 Sideway แดนลบ
Login Form
:: The Interest Weekly News ::: ดอกเบี้ยธุรกิจรายสัปดาห์
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง
ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง GM แอมเวย์ตุรกี เชื่ออุตสาหกรรมขายตรงตุรกีบูม หลังรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.6 พันล้าน จับทิศตลาดทั่วโลก ขายตรงยังได้รับความนิยมสูง ระบุคนมีการศึกษามองเห็นโอกาส ล่าสุดเทงบ 1 ล้านยูเอสเปิดแอมเวย์ พลาซ่า อิสตันบูล ตอกย้ำแบรนด์แอมเวย์ ลั่นตามรอยตลาดโลกออนไลน์มาแรง พร้อมลงทุนแบบเต็มพิกัด หลังตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้รับความนิยมทั่วโลก
Read moreปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011
ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011 กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจประกาศยกย่องให้นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็น CEO of the year 2011 หรือผู้นำองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในปี 2554 หลังจากเขาสามารถบริหารจัดการองค์กรภายใต้การบริหารให้สามารถรับมือกับปีที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งมีแนวนโยบายการบริหารประเทศที่แตกต่างกันแทบจะโดยสิ้นเชิงได้อย่างลงตัวปี 2554 ถือเป็นปีที่นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธ.ก.ส.คนปัจจุบันต้องทำงานเหนื่อยหนักกว่าผู้จัดการธ.ก.ส.ทุกคนในอดีตที่ผ่านมาเพราะในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจเครื่องมือของรัฐท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่โดยรัฐบาลที่จากไปและเข้ามาใหม่มีแนวนโยบายบริหารประเทศแตกต่างกันออกไป
Read more“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน
“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน เลขา ก.ล.ต.วรพล โสคติยานุรักษ์ ถือโอกาสฉลองปี 2555 ครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งสำนักงาน ก.ล.ต. และปีที่ตลาดทุนไทยเข้าสู่การเปิดเสรีเต็มรูปแบบ ทำหน้าที่เป็น หัวขบวนผลักดันตลาดทุนไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอาเซียน โดยพลิกบทบาท ก.ล.ต.ที่เป็น “ผู้กำกับ” มาเป็น “เพื่อนคู่คิด” นำพาภาคเอกชนมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย ชี้ศักยภาพไทยที่เป็นทั้ง Land Link และ Culture Link ชิงความเป็นผู้นำเหนือคู่แข่งอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย เริ่มต้นด้วยการนำทัพตลาดหลักทรัพย์ฯ บล. บลจ. สานสัมพันธ์ไทยลาว ...
Read moreกรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!
กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ! กรุงศรีออโต้เล็งสินเชื่อปีนี้โตเลข 2 หลัก จากปีก่อนทำสินเชื่อคงค้างได้เกินเป้า 1.42 แสนล้านบาท เผยน้ำท่วมกระทบไม่มากลูกค้าขอยืดหนี้แค่ 2% ปรับโครงสร้างหนี้แค่ 75 ราย เชื่อปีนี้ตลาดรถยังไปได้สวย จากแรงส่งทั้งคนรอรับรถตั้งแต่ปีก่อน มีรถรุ่นใหม่ออก มาตรการรถคันแรกของรัฐบาล ล่าสุดจับมือไปรษณีย์ไทยเปิดช่องทางแจ้งขอใช้สินเชื่อ คาดเพิ่มยอดได้อีกปีละ 500 ล้านบาท ชี้เป็นเจ้าเดียวมีช่องทางให้บริการลูกค้ามากที่สุด
Read moreรับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา
รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา พีดีเฮ้าส์ เดินแผนการตลาดปี 2555 ลุยปักธงอีก 10 สาขาทั่วทุกภูมิภาค โดยมีทั้งลงทุนเองและขายแฟรนไชส์หวังกวาดยอดขาย 1,200-1,400 ล้านบาท มองแนวโน้มปีมะโรง ตลาดรับสร้างบ้านกทม.และปริมณฑลครึ่งปีแรกชะลอตัว เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะกำลังซื้อตลาดต่างจังหวัด
Read moreลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน
ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน ฮอนด้าทำลายรถที่ได้รับความเสียจากน้ำท่วม จำนวน 1,055 คัน พร้อมยืนยันว่าไม่มีรถหลุดส่งมอบให้ลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ในโรงงานเท่านั้น และยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
Read moreบทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา
บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา ดีแทคเตรียมงบ 4 หมื่นล้านพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายรองรับการให้บริการโทรคมนาคมพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเครือข่ายล่มจากเหตุการณ์ 3 ครั้งที่ผ่านมาอย่างเต็มที่และหามาตรการแก้ปัญหาระยะยาว
Read moreHome
แบงก์ช่วยลูกหนี้น้ำท่วม ไม่กระเทือน...แม้ซ้ำซาก
- Details
- Created on Monday, 03 October 2011 20:17
แบงก์ช่วยลูกหนี้น้ำท่วม ไม่กระเทือน...แม้ซ้ำซาก
แบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐประสานเสียง พักหนี้-ยืดหนี้ ลูกค้าน้ำท่วมซ้ำซากไม่กระทบผลดำเนินการ เหตุท่วมแค่ชั่วคราว ช่วยแล้วลูกค้ายืนได้สามารถกลับมาชำระหนี้เป็นปกติ ทั้งไม่ต้องมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ แถมถึงจะพักหนี้ดอกเบี้ยก็ยังเดินจึงไม่ขาดรายได้ แจงถ้าไม่ช่วยต่างหากที่ลูกค้าจะกลายเป็นหนี้เน่า เป็นภาระแบงก์
จากกรณีที่เกิดปัญหาอุทกภัยในกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ และธนาคารต่างๆ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าด้วยการพักหนี้ ยืดหนี้ และปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มเพื่อให้ลูกค้าใช้เป็นสภาพคล่อง ซึ่งมีมุมมองว่าการที่ธนาคารลงไปช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซากแทบทุกปี อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการดำเนินงานของธนาคาร โดย “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ได้สอบถามไปยังผู้บริหารธนาคารต่างๆ เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์อุทกภัยครั้งล่าสุด ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยผู้ประสบภัยในทุกจังหวัด โดยมาตรการแบ่งออกเป็น ในส่วนของสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีอยู่ 3 โปรแกรมด้วยกัน คือ 1.ลดงวดการผ่อนชำระลง 40% เวลา 1 ปี เช่น ลูกค้าที่ผ่อนชำระค่างวดเดือนละ 10,000 บาท จะปรับลดลงเหลือ 6,000 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี ส่วนโปรแกรมที่ 2.ผ่อนชำระในส่วนของดอกเบี้ย ไม่ต้องผ่อนเงินต้น เป็นระยะเวลา 6 เดือน และ 3.ลูกค้าสามารถขอกู้สินเชื่ออเนกประสงค์ เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยธนาคารให้วงเงินสูงสุด 100,000 บาท
ขณะที่ ในส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) ลูกค้าผู้ประสบภัยสามารถขอเลื่อนการผ่อนชำระได้หากอยู่ในเขตพื้นที่น้ำท่วมจนไม่สามารถประกอบอาชีพมีรายได้มาชำระหนี้ได้ โดยลูกค้าเพียงโทรแจ้งยังคอลเซ็นเตอร์ของธนาคาร หลังจากนั้นธนาคารจะเลื่อนการชำระหนี้ให้ เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเสียประวัติการชำระหนี้
“ตอนนี้เราออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในเขตพื้นที่ 40 จังหวัดแล้ว แต่ปัจจุบันตัวเลขผู้เข้าร่วมโครงการยังไม่มาก เพราะอยู่ในช่วงที่ลูกค้าอาจจะกำลังวิดน้ำ หรือสร้างเขื่อนกั้นน้ำอยู่ อาจจะเห็นตัวเลขเข้ามาขอความช่วยเหลือตอนน้ำลด” นายชาติชาย กล่าวและว่า
อย่างไรก็ดี แม้เหตุการณ์น้ำท่วมจะเกิดขึ้นทุกปี แต่การออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาระหนี้ และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) แต่อย่างใด เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมเป็นปัญหาความเดือดร้อนเพียงชั่วคราว ไม่ได้กินระยะเวลายาวนานมาก ทำให้ภาระในด้านดอกเบี้ย ตลอดจนความเสี่ยงกลายเป็นหนี้เอ็นพีแอลไม่มีเกิดขึ้นเลย
ขณะเดียวกัน ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกรณีที่เกิดปัญหาภัยพิบัติสึนามิในประเทศญี่ปุ่นที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียการทำรายได้อย่างถาวร หากเกิดในกรณีแบบเดียวกันในประเทศไทยจึงอาจจะมีปัญหาในด้านการผ่อนชำระหนี้เป็นเวลานานได้ เพราะเครื่องมือในการทำรายได้สูญเสียไป ประกอบกับที่ผ่านมาผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือมีจำนวนน้อยมาก อยู่ในอัตราหลักร้อยราย จึงไม่เป็นประเด็นที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อธนาคาร อีกทั้งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมีความรับผิดชอบในการชำระหนี้ที่ดี
นอกจากนี้ การที่ธนาคารออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในช่วงประสบภัยน้ำท่วม ถือว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์ เนื่องจากลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด หรือความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ลดลง การออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้ผ่อนน้อยลง ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียประวัติการชำระหนี้ ในส่วนของธนาคารก็ไม่มีหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น เพราะถ้าลูกค้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่ไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือและเงียบหายไป อาจจะทำให้หนี้เอ็นพีแอลของธนาคารเพิ่มขึ้น ซึ่งมาตรการช่วยเหลือถือว่าเป็นประโยชน์ทั้งคู่
ด้าย นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจขนาดกลาง ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารได้ต่ออายุมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมไปจนถึงสิ้นปีนี้ ซึ่งเป็น 7 มาตรการเดิมที่ธนาคารออกมาแล้ว อาทิ การให้สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซ่มอาคาร การให้เงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ในส่วนผู้ที่ไม่ต้องการขอสินเชื่อเพิ่ม ธนาคารให้ปลอดชำระเงินต้นนาน 6 เดือน เป็นต้น
ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือที่ธนาคารออกมานั้น ไม่ได้เป็นภาระต่อธนาคารแต่อย่างใด เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของธนาคารผู้ให้บริการ ถ้าไม่ให้ความช่วยเหลือ ธนาคารอาจจะมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงมากกว่า ขณะที่การออกมาตรการช่วยเหลือจะเป็นการประคับประคองลูกค้าให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤต เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ ลูกค้าจะกลับมามีประสิทธิภาพ สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ เป็นผลดีต่อธนาคารที่ลูกค้าจะให้ความเชื่อถือในระยะยาว
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสาน ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่ลูกค้าของธนาคารค่อนข้างมีความแข็งแรง จึงเชื่อว่าลูกค้าสามารถรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ขณะเดียวกันธนาคารได้ให้พนักงานสาขาในเขตพื้นที่สำรวจความเสียหายของลูกค้าอย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการช่วยเหลือลูกค้าทันที
“เรายังใช้มาตรการเดิม 7 มาตรการ เพียงแต่ต่ออายุไปจนถึงปลายปี ส่วนภาระที่อาจจะเกิดจากการช่วยเหลือลูกค้า เรามองว่า หากเราไม่มีมาตรการช่วยเหลือ อาจทำให้เราเผชิญปัญหาหนี้เอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าเรามีมาตรการช่วยเหลือเหมือนช่วยประคองลูกค้าไม่ให้เดินเซ จะเป็นผลดีต่อเรามากกว่าผลเสีย” นายเวทย์ กล่าว
ส่วน นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาดลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมของธนาคารเป็นโปรแกรมเดิมที่เคยออกมาเมื่อปีก่อน ซึ่งธนาคารนำมาใช้ใหม่ โดยมาตรการส่วนใหญ่จะเป็นการยืดอายุการชำระหนี้ การลดค่างวดในการผ่อนชำระลง เช่น เดิมลูกค้าเคยผ่อนสินเชื่อบ้าน 10,000 บาทต่อเดือน อาจจะพิจารณาปรับค่าผ่อนลงเหลือ 5,000 บาท ซึ่งธนาคารจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ตลอดจนลูกค้าที่ไม่ได้รับความเสียหายโดยตรง แต่อาจเป็นบริษัทได้รับความเสียหาย ธนาคารก็จะผ่อนปรนการชำระเงินต้น หรือผ่อนแต่ดอกเบี้ย
ส่วนกรณีที่ลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือแล้วอาจจะผิดนัดชำระหนี้ หรือเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปัจจุบันยังไม่พบลูกค้าที่ได้รับการยืดหนี้ และกลายมาเป็นหนี้เสียเลย เนื่องจากลูกค้าที่ประสบปัญหาเป็นกลุ่มที่มีวินัยการเงินที่ดี แต่ได้รับความเดือดในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้ขาดสภาพคล่อง ซึ่งจะเป็นผลดีกว่าถ้าธนาคารเข้าไปช่วยเหลือลูกค้า
สำหรับในส่วนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME BANK กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของธนาคารเป็นโครงการของรัฐบาล ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งล่าสุด คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติวงเงินให้ธนาคารเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือปล่อยสินเชื่อเสริมสภาพคล่องและซ่อมแซมสถานประกอบการ จำนวน 2,000 ล้านบาท โดยเงินที่ปล่อยสินเชื่อเป็นเงินของธนาคาร แต่หากเกิดความเสียหายรัฐบาลจะชดเชยให้ หรือมีการแยกเป็นบัญชีดำเนินการตามนโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) ดังนั้นการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ธนาคารจึงไม่ต้องรับความเสียหาย
นอกจากนี้ จากการที่ธนาคารได้ลงไปช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมครั้งที่ผ่านๆ มา หรือในกรณีผู้ประกอบการที่ได้รับกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองบริเวณราชดำริ กลับทำให้ธนาคารมีลูกค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการที่ได้รับการช่วยเหลือแต่เดิมไม่ใช่ลูกค้าของธนาคาร เมื่อธนาคารลงไปช่วยเหลือแล้วทำให้ลูกค้ารู้จักธนาคาร และธนาคารรู้จักลูกค้ามากขึ้น จนที่สุดผู้ได้รับการช่วยเหลือเหล่านั้นได้กลายมาเป็นลูกค้าปกติของธนาคาร
“อย่างน้ำท่วมหาดใหญ่คราวก่อน พอเราลงไปช่วยเหลือทำให้ได้ลูกค้าใหม่เข้ามา 6-7 พันราย หรือหลังจากเหตุการณ์ชุมนุมที่ราชดำริ เราก็ได้ลูกค้าใหม่มานับหมื่นราย ทำให้การลงไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยนอกจากไม่เป็นภาระของแบงก์แล้วยังทำให้แบงก์ได้ลูกค้าเพิ่มอีกด้วย” นายสุรชัย กล่าว
ด้าน นายอรุณ เลิศวิไลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า การช่วยเหลือของธนาคารแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกหากลูกค้าเกษตรกรได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมไม่ถึง 50% ของผลผลิตรวม ธนาคารจะเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเองโดยการพักหนี้ ยืดหนี้ และปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อให้ไปทำกิน ส่วนที่สองถ้าความเสียหายเกินกว่า 50% ธนาคารจะเสนอขอรับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งทุกครั้งของเหตุอุทกภัย คือ รัฐบาลอนุมัติพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 ปี โดยรัฐบาลชดเชยส่วนดอกเบี้ยให้ธนาคาร
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในส่วนที่ธนาคารรับผิดชอบให้ความช่วยเหลือเอง ด้วยการพักหนี้ ยืดหนี้ และไม่คิดเบี้ยปรับกรณีไม่ชำระหนี้ตามกำหนด ไม่ได้ทำให้ธนาคารเกิดความเสียหายจากการขาดรายได้ เพราะแม้จะมีการพักชำระหนี้ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี ดอกเบี้ยของลูกค้าก็ยังเดินอยู่ เมื่อถึงเวลาที่ลูกค้ากลับไปเพาะปลูกใหม่และมีรายได้ก็จะต้องชำระหนี้รวมดอกเบี้ยส่วนค้างตอนพักหนี้ให้ธนาคารด้วย ขณะเดียวกันการที่ธนาคารช่วยพักหนี้ ยืดหนี้ให้ ทำให้ลูกค้ากลับมาทำกินได้ใหม่ และมีคามสามารถในการชำระหนี้ หากธนาคารไม่ช่วยเหลือกลับจะทำให้ลูกค้ากลายเป็นหนี้เสียที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อธนาคาร และยังเป็นภาระอีกด้วย
“น้ำท่วมอาจจะเกิดขึ้นซ้ำซากก็จริง แต่แบงก์ไม่ได้รับความเสียหายจากการพักหนี้ หรือยืดระยะเวลาการชำระหนี้ ขณะที่เกษตรกรเองก็พยายามหลีกเลี่ยงความเสียหาย อย่างแถวพิจิตร สุโขทัย พิษณุโลก ชาวนาเขารู้ก่อนแล้วว่าน้ำจะท่วม เขาก็ไม่มากู้เงินไปปลูกข้าว น้ำที่ท่วมก็ท่วมนาเปล่าๆ ไม่มีข้าว พอน้ำลดแล้วเขาถึงจะไปปลูก” นายอรุณ กล่าวในที่สุด










