ทริสฟันธง 3G ลูกผีลูกคน
Friday, 30 July 2010 16:09
ใบอนุญาต 3G ยังเลื่อนลอย และเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม ชี้อุตสาหกรรมยังคงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้ที่อาจเพิ่มขึ้นได้ภายหลังการประมูลใบอนุญาต 3G ด้าน TRUE กิ๊วก๊าว ราคาหุ้นนำโด่งว่ากันถึง 7 บาทหลังมีข่าวแบงก์ตั้งท่าปล่อยกู้ลงทุน 3G นับจากวันที่ ครม.เศรษฐกิจนำเรื่องการแปลงสัญญาสัมปทาน 2G เป็นใบอนุญาต และการพิจารณาเปิดประมูลโครงข่าย 3G ของ กทช. ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นมา ทำให้ 3 หุ้นมือถือ กอดคอกันแหววปรับขยับขึ้นถ้วนหน้า การขึ้นของราคาหุ้นใช้แรงหนุนจากคำว่า 3G โดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม หลังจากหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงทั้ง DTAC, ADVANC และ TRUE จนติดอันดับท็อปเทน และเริ่มถอยให้หุ้นแบงก์หุ้นพลังงานขึ้นมาเป็นตัวนำเด่นบนกระดานบ้างในอาทิตย์ถัดมา ปรากฏว่ายังคงมี TRUE เป็นตัวเดียวที่ยังติดท็อปชาร์ต โดยเมาท์กันในตลาดว่าน่าจะได้เห็นเป้าหมาย 7 บาท โดยระบุว่าเมื่อหลักเกณฑ์รายละเอียดการประมูลออกมาจริงๆ TRUE น่าจะได้ประโยชน์และการโอบอุ้มค้ำจุนมากที่สุดในจำนวน 3 หุ้นมือถือ
นอกจากนี้ยังมีข่าวด้วยว่า TRUE ที่เคยมีปัญหาไม่มีเงินถุงเงินถังพอจะมาต่อกรกับค่ายยักษ์อีก 2 รายได้ แถมยังเป็นหนี้สินนุงนัง จนทำให้ TRUE กลายเป็นผู้ที่เสียเปรียบมากที่สุด แต่เมื่อได้รับการอุ้มชู โดยล่าสุดมีข่าวว่ามีแบงก์พาณิชย์ พร้อมให้การสนับสนุนปล่อยกู้ให้มาประมูล 3G ในเดือนกันยายนหากไม่เจอโรคเลื่อน
ทั้งนี้มีนักวิเคราะห์จากหลายค่ายเตือนว่า แม้จะมีข่าวดีอย่างไรเกี่ยวกับ 3G แต่เวลานี้ TRUE ก็นับว่าเป็นหุ้นที่เสี่ยงมาก เพราะราคาสูงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน
“อย่าว่าแต่เป้าหมายที่ปล่อยไปตามห้องค้าว่าจะลากขึ้นมาที่ 7 บาทเลย 4 บาทก็ถือเป็นราคาที่สูงมากแล้ว” นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าว พร้อมกับเตือนให้ลงทุนด้วยความระมัดระวัง
ด้าน บริษัท ทริสเรทติ้ง ได้ทำรายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือครึ่งหลังปี 2553 สรุปผลว่ามีแนวโน้มเติบโต แต่ไม่ได้รวมถึงเรื่องของ 3G ซึ่งยังถือว่ามีความไม่ชัดเจนอยู่มาก
ทริสเรทติ้ง ระบุว่าการประมูลใบอนุญาต 3 จี ยังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัญหาเดิมในอดีตและประเด็นการแปรสัญญาสัมปทาน 2G เป็นใบอนุญาตใหม่
“ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปสู่ยุค 3G เป็นประเด็นที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว เนื่องจากรัฐบาลพยายามดำเนินการโดยเล็งผลให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ 3 ประการพร้อมกัน คือ การเปิดตลาดเสรีโทรคมนาคม การให้มีการแข่งขันอย่างเท่าเทียม และการป้องกันไม่ให้รัฐเสียผลประโยชน์
โดยทางออกที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้เพียงแค่ครั้งละ 2 ใน 3 ข้อเท่านั้น แม้ว่าร่างประกาศแผนการประมูลใบอนุญาต 3G ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะเป็นการเปิดตลาดโทรคมนาคมให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันปัญหาการย้ายฐานลูกค้า 2G ในปัจจุบันไปยังโครงข่าย 3G ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐวิสาหกิจได้”
ทริสเรทติ้งระบุว่าเส้นทางสู่การประมูลใบอนุญาต 3G ยังต้องพบกับอุปสรรคอีกครั้งเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในแผนการยกเลิกสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G และออกเป็นใบอนุญาต 2G ให้แทน โดยที่อัตราค่าธรรมเนียมของใบอนุญาตทั้ง 2G และ 3G จะถูกปรับให้เท่ากันที่ 12.5% ของรายได้ ปัจจุบัน ผู้ให้บริการเอกชนจ่ายค่าสัมปทานให้แก่รัฐวิสาหกิจที่อัตรา 25-30% ของรายได้ ในขณะที่คาดว่าใบอนุญาต 3G จะมีอัตราค่าธรรมเนียมที่ 6.5% ของรายได้เท่านั้น ข้อเสนอของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการย้ายฐานลูกค้า 2G ไปยังโครงข่าย 3G
“ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอว่าจะสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมอันเนื่องมาจากประเด็นทางกฎหมายที่ซับซ้อน นอกจากนี้ ยังขาดความชัดเจนในเรื่องการชดเชยให้แก่รัฐวิสาหกิจที่อาจได้รับผลกระทบ ประเด็นสำคัญอื่น ๆ เช่น การคืนคลื่นความถี่ 2G และคำจำกัดความของนิติบุคคลต่างด้าวก็ยังอาจเป็นเหตุที่จะทำให้การประมูลใบอนุญาต 3G ต้องล่าช้าออกไปด้วย”
ในส่วนของการวิเคราะห์ผลกระทบจากการประมูลใบอนุญาต 3G ที่จะมีต่ออันดับเครดิตของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้น ทริสเรทติ้งให้ความสำคัญกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการภายใต้โครงสร้างธุรกิจใหม่ รวมทั้งประเมินถึงความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของโครงสร้างต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง และวิเคราะห์ความแข็งแรงของโครงสร้างทางการเงินในปัจจุบันว่าจะสามารถรองรับค่าใช้จ่ายในการชำระค่าใบอนุญาตและลงทุนโครงข่ายในอนาคตได้เพียงใด
อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทยเติบโตในระดับค่อนข้างดีมาตั้งแต่ต้นปี 2553 สภาพเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับความนิยมในบริการเสริมรูปแบบต่าง ๆ ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องน่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโตที่ระดับ 3%-5% นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2553 การแข่งขันน่าจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการให้บริการเสริม (Non-voice)
หากไม่นับรวม 3G แล้ว การลงทุนด้านโครงข่ายน่าจะชะลอตัวลงจากในอดีตที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยังคงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้ที่อาจเพิ่มขึ้นได้ภายหลังการประมูลใบอนุญาต 3G”
ปัจจุบัน ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เครดิตองค์กรและหุ้นกู้ที่ “AA/Stable” บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ที่ “A+/Stable” และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ “BBB/Stable”











