DBprintingDBprintingDBprinting
Home ตลาดหุ้น Stock News ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์ Gold Fund

ก.ล.ต.ปรับเกณฑ์ Gold Fund

PDF
Print
E-mail
Written by tariya
Friday, 30 July 2010 16:08

เปิดโอกาสผู้ค้าทองมีส่วนร่วม

ก.ล.ต.กำหนดหลักเกณฑ์การจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมทองคำ-Gold  Fund  พร้อมปรับปรุงหลักเกณฑ์การตั้งตัวแทนขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน  และการลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน 
คณะกรรมการกำกับตลาดทุน  ได้มีมติอนุมัติให้  ก.ล.ต.  กำหนดหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้งและการจัดการกองทุนรวมทองคำ  (Gold  Fund)  โดยอนุญาตให้สามารถลงทุนในทองคำแท่งได้โดยตรงหรือทางอ้อม  จากเดิมที่ต้องลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมทองคำต่างประเทศหรือลงทุนในตราสารที่จ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับราคาทองคำเท่านั้น  โดยกำหนดให้มีรูปแบบที่ต้องเปิดเผยเงื่อนไขและความเสี่ยงให้ชัดเจน  
ทั้งนี้ให้  Gold  Fund  สามารถจัดตั้งได้  3  รูปแบบ  คือ  1)  กองทุนรวมทองคำแบบทั่วไป  (simple  gold  fund)  ซึ่งเน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนอ้างอิงโดยตรงกับราคาทองคำแท่ง  โดยลงทุนโดยตรงในทองคำแท่งหรือลงทุนทางอ้อมผ่านตราสารการเงิน  2)  กองทุนรวมอีทีเอฟทองคำ  (gold  ETF)  เป็นกองทุน  ETF  ที่เน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนอ้างอิงโดยตรงกับราคาทองคำแท่ง  โดยลงทุนโดยตรงในทองคำแท่งหรือลงทุนในหน่วยลงทุนของ  gold  ETF  และ  3)  กองทุนรวมทองคำแบบซับซ้อน  ซึ่งเน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่อ้างอิงกับราคาทองคำแท่งภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด  เช่น  กำหนดเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนแบบมีกำหนดขั้นสูงและต่ำ  หรือจ่ายผลตอบแทนในทิศทางตรงข้ามกับราคาทองคำแท่ง  
นอกจากนี้ทองคำแท่งที่  Gold  Fund  ลงทุนได้ต้องมีคุณภาพได้มาตรฐานและเป็นชนิดที่มีราคาเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและเปิดเผยทั่วไป  สำหรับผู้ดูแลผลประโยชน์ของ  Gold  Fund  จะต้องมีระบบงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรักษาทองคำแท่งที่ปลอดภัย  และเนื่องจากทองคำแท่งเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง  จึงกำหนดให้มีการเปิดเผยเรื่องการทำประกันภัยทองคำแท่งที่  Gold  Fund  ลงทุน  และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อกองทุนในกรณีที่ไม่ได้ทำประกันภัยหรือทำประกันภัยในวงเงินคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุมมูลค่า  
นอกจากนี้  คณะกรรมการยังได้มีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์การตั้งตัวแทนขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำ  ตามนโยบายการส่งเสริมให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่  ๆ  ในตลาดทุน  โดยเปิดโอกาสให้ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่จำกัดเฉพาะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่เกี่ยวกับทองคำ  (Gold  Futures  Broker)  ซึ่งเป็นผู้ค้าทองอยู่เดิม  สามารถขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนายหน้า  ค้าและจัดจำหน่ายหน่วยลงทุน  (Limited  Broker  Dealer  Underwriter:  LBDU)  ได้  
ในครั้งนี้  ก.ล.ต.  ได้แก้ไขหลักเกณฑ์ให้บริษัทหลักทรัพย์  (บล.)  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน  (บลจ.)  และสถาบันการเงินที่มีใบอนุญาต  LBDU  สามารถตั้งผู้ประกอบธุรกิจค้าทองที่เป็นสมาชิกชมรมผู้ค้าปลีกทองคำแห่งประเทศไทย  เป็นตัวแทน  (selling  agent)  ที่เป็นนิติบุคคลสำหรับขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำได้  ซึ่งจะทำให้ผู้ค้าทองสามารถทำธุรกิจเป็นตัวแทนขายหน่วยลงทุนได้อีกรูปแบบหนึ่ง  เพิ่มช่องทางให้แก่ผู้ลงทุนในการเข้าถึงบริการและสามารถซื้อขายได้สะดวกขึ้นด้วย  ทั้งนี้  หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของตัวแทนนิติบุคคล  และระบบงานของ  บล.  บลจ.  และ  LBDU  ในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของตัวแทนรวมทั้งการดำเนินการเมื่อเกิดข้อโต้แย้งหรือข้อร้องเรียนของลูกค้า  
นอกจากนี้  ก.ล.ต.  ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้ผู้ค้าทองที่มีใบอนุญาต  LBDU  และเป็นสมาชิกสมทบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสามารถส่งคำสั่งซื้อขาย  Gold  ETF  ไปที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ  ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่าน  บล.  โดยต้องมีระบบงานรองรับการส่งคำสั่งซื้อขาย  gold  ETF  ไปที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ  และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เดียวกับนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ด้วย  เช่น  การกำหนดวงเงิน  การส่งคำสั่ง  และการวางหลักประกันการซื้อขายหลักทรัพย์  การดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สินของลูกค้า  และการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์  
นายธีระชัย  ภูวนาถนรานุบาล  เลขาธิการ  ก.ล.ต.  และประธานคณะกรรมการกำกับตลาดทุน  กล่าวว่า  การออกและแก้ไขหลักเกณฑ์ให้มี  Gold  Fund  และการตั้งตัวแทนขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้มีผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเป็นทางเลือกของผู้ลงทุนในตลาดทุน  และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ค้าทองได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาธุรกิจนี้  
พร้อมกันนี้  ก.ล.ต.ยังได้แก้ไขหลักเกณฑ์การลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงินเพื่อให้มีระดับความเสี่ยงและสภาพคล่องที่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ลงทุนและเป็นไปตามมาตรฐานสากล  โดยกำหนดให้กองทุนรวมตลาดเงินต้องดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องสูงไม่น้อยกว่า  10%  ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิตลอดอายุของกองทุน  พอร์ตการลงทุนจะต้องมีอายุเฉลี่ยกองไม่เกิน  3  เดือนจากเดิมที่ไม่กำหนด  รวมทั้งต้องลงทุนเฉพาะในตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้น  2  อันดับแรกขึ้นไปและระยะยาว  3  อันดับแรกขึ้นไปเท่านั้น  เว้นแต่เป็นตราสารหนี้ภาครัฐไทย  
ทั้งนี้  ได้แบ่งกองทุนรวมตลาดเงินเป็น  2  ประเภท  คือ  ประเภทที่ลงทุนเฉพาะในประเทศ  ซึ่งจัดเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดและมีสภาพคล่องสูง  และประเภทที่มีการลงทุนในต่างประเทศบางส่วน  โดยลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ  50  ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ  (NAV)  และต้องป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนไว้เต็มจำนวน  อย่างไรก็ดี  กองทุนรวมนี้ยังมีความเสี่ยงด้านข้อจำกัดจากการนำเงินลงทุนกลับประเทศ  (repatriation  risk)  และความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ  (country  and  political  risk)  
“ก.ล.ต.  ได้กำหนดให้เฉพาะกองทุนรวมตลาดเงินประเภทที่ลงทุนเฉพาะในประเทศเท่านั้นที่สามารถแสดงผลตอบแทนเทียบเคียงกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากได้  และห้ามกองทุนรวมประเภทอื่น  เช่น  กองทุนรวมตราสารหนี้ที่มีนโยบายรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกวันทำการ  (กองตราสารหนี้  daily)  เปรียบเทียบผลตอบแทนกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก  
ทั้งนี้  ก.ล.ต.  ขอย้ำว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงินกับธนาคาร”