- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
TEST DRIVE : มาสด้า BT-50 PRO ใหม่ ช่วงล่างนุ่ม....ฉีกกฎรถปิกอัพ
TEST DRIVE : มาสด้า BT-50 PRO ใหม่ ช่วงล่างนุ่ม....ฉีกกฎรถปิกอัพ เมื่อวันที่ 30 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ผ่านมา บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” และสื่อมวลชนสายรถยนต์กว่า 30 คน ร่วมทดสอบรถปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO ใหม่ บนเส้นทาง อุดรธานี-หนองคาย-เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง รวมระยะทางประมาณ ...
Read moreจัดมหกรรมรถคันแรกกระตุ้นป้ายแดง-มือสองเจาะลูกค้าโซนตะวันออก
จัดมหกรรมรถคันแรกกระตุ้นป้ายแดง-มือสองเจาะลูกค้าโซนตะวันออกคิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จับมือกับผู้จัด มหกรรมยานยนต์ จัดงานมหกรรมรถคันแรก ครั้งที่ 1 ที่ไบเทคบางนา มีขายทั้งรถมือหนึ่งและมือสอง หวังเจาะกลุ่มลูกค้าโซนกรุงเทพฯด้านตะวันออกฯและสมุทรปราการ คาดมียอดขายกว่า 15,000 คัน
Read moreลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน
ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน ฮอนด้าทำลายรถที่ได้รับความเสียจากน้ำท่วม จำนวน 1,055 คัน พร้อมยืนยันว่าไม่มีรถหลุดส่งมอบให้ลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ในโรงงานเท่านั้น และยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
Read moreค่ายรถแจมบีโอไอแฟร์คึกงัดนวัตกรรม-โชว์เทคโนโลยีคาดปี’55 ยอดผู้ขอรับลงทุน 6 แสนล.
ค่ายรถแจมบีโอไอแฟร์คึกงัดนวัตกรรม-โชว์เทคโนโลยีคาดปี’55 ยอดผู้ขอรับลงทุน 6 แสนล. ค่ายรถเข้าร่วมงานบีโอไอแฟร์ 2011 คึกคักหลังจากงานต้องเลื่อนจัดจากปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพร้อมโชว์นวัตกรรมเทคโนโลยีรถไฟฟ้าปล่อยมลพิษเป็นศูนย์คาดมีเงินสะพัดในงาน 5 พันล้านบาทมีผู้เข้าชมงาน 5 ล้านคนอีกทั้งคาดว่าเมื่อจบงานนี้จะมีผู้มาขอรับลงทุนเพิ่มในปี 55 จำนวน 6 แสนล้าน
Read moreวอลโว่คาดปี 55 ตลาดรถหรูฟื้น ตั้งเป้ายอดขาย 1,600 คัน
วอลโว่คาดปี 55 ตลาดรถหรูฟื้น ตั้งเป้ายอดขาย 1,600 คัน น้ำท่วมกระทบตลาดรวมรถหรู แต่วอลโว่มั่นใจยอดขายเข้าเป้าที่ 1,200 คันในปีนี้ ส่วนปี 55 ตั้งเป้าที่ 1,600 คัน หากไม่เจอเหตุการณ์ร้ายแรงยอดขายเป็นไปตามเป้าแน่ พร้อมเปิดตัว V60 เสริมรถให้ครบทุกเซ็กเมนท์
Read moreป้ายแดงรอนานเกิน มือสองได้ทีราคาพุ่ง สหการประมูลรับอานิสงส์
ป้ายแดงรอนานเกิน มือสองได้ทีราคาพุ่ง สหการประมูลรับอานิสงส์ ตลาดรถมือสองราคาเพิ่มขึ้น 3-6% ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง ปิกอัพ หรือมอเตอร์ไซค์ เหตุค่ายรถได้รับผลน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถส่งมอบรถได้ ด้านสหการประมูลได้รับช่วงต่อ เชื่อลูกค้าเริ่มหันมาสนใจขายผ่านประมูลรถแทนขายเข้าเต็นท์รถ
Read moreลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน
- Details
- Created on Wednesday, 25 January 2012 13:12
ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน
ฮอนด้าทำลายรถที่ได้รับความเสียจากน้ำท่วม จำนวน 1,055 คัน พร้อมยืนยันว่าไม่มีรถหลุดส่งมอบให้ลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ในโรงงานเท่านั้น และยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้พยายามอย่างเต็มที่ในการป้องกันพื้นที่โรงงาน แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำเชี่ยวและมวลน้ำมหาศาลได้ ทำให้น้ำเข้าท่วมโรงงานตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา ส่งผลให้รถยนต์ใหม่ที่พร้อมจะส่งมอบให้กับลูกค้าบางส่วนได้มีการเคลื่อนย้ายรถไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แต่ยังมีจำนวน 1,055 คันที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายทันจึงได้รับความเสียหาย แบ่งเป็น รุ่นบริโอ้ 217 คัน, แจ๊ซ 213 คัน, ซิตี้ 353 คัน, ซีวิค 150 คัน, แอคคอร์ด 91 คัน, ซีอาร์-วี 30 คัน และฟรีด 1 คัน
จากเหตุน้ำท่วมดังกล่าว บริษัทจึงมีนโยบายที่ต้องทำลายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขึ้นที่ศูนย์ส่งมอบรถยนต์ใหม่ของบริษัท ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้มีการเชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นสักขีพยาน ชมระบบการบริหารจัดการ ที่ได้มาตรฐาน อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สถาบันยานยนต์ สื่อมวลชน และผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า
“บริษัทมีนโยบายชัดเจนด้านการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์สูงสุด ทั้งยังมีขั้นตอนที่เข้มงวดในการทำลายชิ้นส่วน อะไหล่ และรถยนต์ที่เสียหายทั้งหมด โดยจะไม่มีการนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจและคลายกังวลว่าจะไม่มีชิ้นส่วนใดๆ ออกไปจากโรงงาน หรือถูกนำไปใช้ใหม่ เราจึงดำเนินการทุกขั้นตอนภายในโรงงานเท่านั้น ซึ่งการทำลายรถในครั้งนี้บริษัทจะใช้เวลาทำลายประมาณ 1 เดือน”
ส่วนกระบวนการทำลายรถยนต์ฮอนด้าที่เสียหายจากน้ำท่วม มี 6 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ถอดชิ้นส่วนด้านบนห้องเครื่อง จุดนี้จะมีการถอดฝากระโปรงหน้า แว็กซ์น้ำยาแอร์ ถอดกรองอากาศ ดูดน้ำมันเกียร์ ดูดน้ำมันเพาเวอร์ ดูดน้ำมันเบรก ถอดแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนพลาสติกภายนอก (กันชน) และกระจกมองข้าง โดยแยกไว้เพื่อนำมาบริหารจัดการอย่างถูกวิธีต่อไป
ขั้นตอนที่ 2 ถ่ายสารเหลว ถอดชิ้นส่วนด้านล่าง ถอดเครื่องยนต์ จุดนี้จะมีการถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำในหม้อน้ำ น้ำมันเพาเวอร์ น้ำมันเบรก ถอดล้อหน้า-หลัง ถอดท่อไอเสีย ถอดถังน้ำมันเชื้อเพลิง ถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และยกเครื่องยนต์ออกจากตัวถัง โดยสารเหลวจะนำมากำจัดตามกระบวนการ ขั้นตอนที่ 3 ถอดชิ้นส่วนพลาสติกภายใน ถอดโช้กอัพ จุดนี้จะมีการถอดชิ้นส่วนพลาสติกภายในรถ โช้กอัพ หม้อน้ำ แผงทำความเย็น สายไฟ และล้ออะไหล่ ขั้นตอนที่ 4 แยกชิ้นส่วนเครื่องยนต์และเกียร์
ขั้นตอนที่ 5 ทำลายชิ้นส่วน และบีบอัดตัวถัง จุดนี้จะตัดทำลายชิ้นส่วนเครื่องยนต์ ตัดทำลายส่วนประกอบเครื่องยนต์ ตัดชิ้นส่วนช่วงล่าง เจาะทำลายยาง ตัดล้ออัลลอย ย่อยพลาสติก ตัดหมายเลขตัวถังรถยนต์ ตัดส่วนหน้าของตัวถัง และอัดตัวถังด้วยเครื่องบีบอัด เมื่อบีบอัดเสร็จแล้ว จากนั้นทำการบันทึกหมายเลขรถไว้เป็นหลักฐาน และขั้นตอนที่ 6 การจัดเก็บแยกประเภทเพื่อส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิล ชิ้นส่วนที่ถูกทำลายทั้งหมดจะนำไปสู่กระบวนการแยกและรีไซเคิล
“ชิ้นส่วนที่ถูกทำลายแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ ก้อนอัด จะถูกนำไปแยกโดยใช้รถ Backhoe เพื่อคลายก้อนอัด ก่อนส่งเข้าเครื่อง Shredder ซึ่งจะแยกออกมาได้ 3 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นเหล็ก สามารถนำไปหลอมใหม่ได้ ส่วนที่เป็นวัตถุที่ไม่ใช่เหล็ก สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ โดยแยกเป็นอะลูมิเนียม ทองแดง โฟม พลาสติก และยาง และส่วนที่เป็นฝุ่นและเศษกากต่างๆ จะส่งบริษัทที่ได้รับอนุญาตนำไปฝังกลบ ชิ้นส่วนรีไซเคิล เป็นชิ้นส่วนรถยนต์ที่ถูกทำลายจนเสียรูปแล้ว แต่ยังสามารถนำไปรีไซเคิลได้ เช่น ล้ออะลูมิเนียม ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนที่เป็นอะลูมิเนียม พลาสติก และยาง ส่วนวัตถุอันตราย ได้แก่ แบตเตอรี่และของเหลว จะส่งไปยังโรงงานที่ได้รับอนุญาตเพื่อนำไปบำบัดและ รีไซเคิลต่อไป”
อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่ง บริษัทยังมีการบันทึกหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์ที่ถูกทำลายทุกคัน โดยการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ www.honda.co.th ทำให้ลูกค้าที่จะซื้อรถยนต์ฮอนด้าสามารถตรวจสอบได้



