DBprintingDBprintingDBprinting
Home ตลาดเงิน Money News แบงก์ยันพร้อมลดสเปรด

แบงก์ยันพร้อมลดสเปรด

PDF
Print
E-mail
Written by tariya
Friday, 30 July 2010 16:02

ดอกเบี้ย/ต้นทุนต้องสมดุล

“เสี่ยปั้น” ลั่น พร้อมคุยคลัง-แบงก์ชาติ ลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่ต้องหารือร่วมกันแบบตรงไปตรงมา ดูภาพความเป็นจริงทั้งอัตราดอกเบี้ย ต้นทุนแบงก์ เพื่อให้ได้ข้อสรุปเหมาะสมกับทุกฝ่าย ด้านไทยพาณิชย์ ค้านรับนโยบาย ชี้ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาวผู้ออมได้ประโยชน์มากกว่าขึ้นดอกเบี้ยออมทรัพย์
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการคลังต้องการให้ธนาคารพาณิชย์ปรับลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (สเปรด) เนื่องจากเห็นว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์ทำกำไรสูงจากดอกเบี้ยเงินฝากต่ำแต่ดอกเบี้ยเงินกู้สูง ในเรื่องนี้มีความเห็นว่า เป็นเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือร่วมกัน และทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมือกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อก่อให้เกิดความสมดุลทั้งอัตราดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ ของธนาคารพาณิชย์ ขณะที่ธนาคารพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอยู่แล้ว
อย่างไรก็ดี การกำหนดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องเป็นผู้ชี้นำสถาบันการเงินด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นโจทย์ที่ต้องให้ความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่จะต้องพูดคุยกัน เพื่อสร้างความเข้าใจกัน เพราะในที่สุดผลของการเจรจา จะทำให้ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยออกมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย
“เรื่องที่กระทรวงการคลังต้องมีการหารือกัน ซึ่งผมก็ชอบหารืออยู่แล้ว และเชื่อว่าเรื่องที่กระทรวงการคลังต้องการให้เกิดความสมดุลระหว่างอัตราดอกเบี้ยกับค่าใช้จ่ายนั้น เป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้ ไม่มีปัญหา แต่การจะถกกันต้องให้ความร่วมมือแบบตรงไปตรงมา เพื่อให้ผลที่ได้เกิดความเหมาะสมกับทุกฝ่าย” นายบัณฑูร กล่าว
ด้านนางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงการคลังที่ต้องการให้สถาบันการเงินขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากนั้น ธนาคารไทยพาณิชย์เห็นด้วย แต่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเงินฝากระยะยาวมากกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เนื่องจากผู้ออมเงินจะได้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์
ขณะที่ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (สเปรด) ธนาคารก็พร้อมจะสนองนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมทางด้านธุรกิจ และการแข่งขันของตลาดด้วย