Click

ธีระ โรจนาเปรมสุข
12-16 ธันวาคม 2554
จันทร์12 วันหยุดชดเชย
อังคาร13 Sideway แดนลบ
พุธ14 Sideway แดนลบ
พฤหัสฯ15 Sideway แดนลบ
ศุกร์16 Sideway แดนลบ

Login Form

:: The Interest Weekly News ::: ดอกเบี้ยธุรกิจรายสัปดาห์

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
Prev Next

ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง

ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง    GM  แอมเวย์ตุรกี  เชื่ออุตสาหกรรมขายตรงตุรกีบูม  หลังรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ  3.6  พันล้าน  จับทิศตลาดทั่วโลก  ขายตรงยังได้รับความนิยมสูง  ระบุคนมีการศึกษามองเห็นโอกาส  ล่าสุดเทงบ  1  ล้านยูเอสเปิดแอมเวย์ พลาซ่า อิสตันบูล  ตอกย้ำแบรนด์แอมเวย์  ลั่นตามรอยตลาดโลกออนไลน์มาแรง  พร้อมลงทุนแบบเต็มพิกัด  หลังตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์ก  ได้รับความนิยมทั่วโลก

Read more

ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011

ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011  กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจประกาศยกย่องให้นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็น CEO of the year 2011 หรือผู้นำองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในปี 2554 หลังจากเขาสามารถบริหารจัดการองค์กรภายใต้การบริหารให้สามารถรับมือกับปีที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งมีแนวนโยบายการบริหารประเทศที่แตกต่างกันแทบจะโดยสิ้นเชิงได้อย่างลงตัวปี 2554 ถือเป็นปีที่นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธ.ก.ส.คนปัจจุบันต้องทำงานเหนื่อยหนักกว่าผู้จัดการธ.ก.ส.ทุกคนในอดีตที่ผ่านมาเพราะในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจเครื่องมือของรัฐท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่โดยรัฐบาลที่จากไปและเข้ามาใหม่มีแนวนโยบายบริหารประเทศแตกต่างกันออกไป

Read more

“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน

“วรพล”  ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน เลขา  ก.ล.ต.วรพล  โสคติยานุรักษ์  ถือโอกาสฉลองปี  2555  ครบรอบ  20  ปีการก่อตั้งสำนักงาน  ก.ล.ต.  และปีที่ตลาดทุนไทยเข้าสู่การเปิดเสรีเต็มรูปแบบ  ทำหน้าที่เป็น  หัวขบวนผลักดันตลาดทุนไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอาเซียน  โดยพลิกบทบาท  ก.ล.ต.ที่เป็น  “ผู้กำกับ”  มาเป็น  “เพื่อนคู่คิด”  นำพาภาคเอกชนมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย  ชี้ศักยภาพไทยที่เป็นทั้ง  Land  Link  และ  Culture  Link  ชิงความเป็นผู้นำเหนือคู่แข่งอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย  เริ่มต้นด้วยการนำทัพตลาดหลักทรัพย์ฯ  บล.  บลจ.  สานสัมพันธ์ไทยลาว ...

Read more

กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!

กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!  กรุงศรีออโต้เล็งสินเชื่อปีนี้โตเลข  2  หลัก  จากปีก่อนทำสินเชื่อคงค้างได้เกินเป้า  1.42  แสนล้านบาท  เผยน้ำท่วมกระทบไม่มากลูกค้าขอยืดหนี้แค่  2%  ปรับโครงสร้างหนี้แค่  75  ราย  เชื่อปีนี้ตลาดรถยังไปได้สวย  จากแรงส่งทั้งคนรอรับรถตั้งแต่ปีก่อน  มีรถรุ่นใหม่ออก  มาตรการรถคันแรกของรัฐบาล  ล่าสุดจับมือไปรษณีย์ไทยเปิดช่องทางแจ้งขอใช้สินเชื่อ  คาดเพิ่มยอดได้อีกปีละ  500  ล้านบาท  ชี้เป็นเจ้าเดียวมีช่องทางให้บริการลูกค้ามากที่สุด

Read more

รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา

รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา พีดีเฮ้าส์  เดินแผนการตลาดปี  2555  ลุยปักธงอีก  10  สาขาทั่วทุกภูมิภาค  โดยมีทั้งลงทุนเองและขายแฟรนไชส์หวังกวาดยอดขาย  1,200-1,400  ล้านบาท  มองแนวโน้มปีมะโรง  ตลาดรับสร้างบ้านกทม.และปริมณฑลครึ่งปีแรกชะลอตัว  เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะกำลังซื้อตลาดต่างจังหวัด

Read more

ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน

ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน ฮอนด้าทำลายรถที่ได้รับความเสียจากน้ำท่วม  จำนวน  1,055  คัน  พร้อมยืนยันว่าไม่มีรถหลุดส่งมอบให้ลูกค้าอย่างแน่นอน  ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ในโรงงานเท่านั้น  และยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก  

Read more

บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา

บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา  ดีแทคเตรียมงบ 4 หมื่นล้านพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายรองรับการให้บริการโทรคมนาคมพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเครือข่ายล่มจากเหตุการณ์ 3 ครั้งที่ผ่านมาอย่างเต็มที่และหามาตรการแก้ปัญหาระยะยาว

Read more

Home

คาดเงินเฟ้อก.ย.ลดเหลือ 3.5-3.8% พื้นฐานยังสูงมีสิทธิ์ดอกเบี้ยขึ้นตาม

คาดเงินเฟ้อก.ย.ลดเหลือ 3.5-3.8% พื้นฐานยังสูงมีสิทธิ์ดอกเบี้ยขึ้นตาม
    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย  รายงานภาวะเงินเฟ้อและคาดการณ์ในช่วงต่อไปว่า  ระดับราคาสินค้าผู้บริโภคขยับสูงขึ้นค่อนข้างมากในเดือนสิงหาคม  2554  ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อของไทย  ทั้งในส่วนของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน  ยังคงทะยานขึ้นทุบสถิติสูงสุดในรอบประมาณ  3  ปี  ที่ร้อยละ  4.29  และร้อยละ  2.85  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน  โดยแรงผลักดันเงินเฟ้อจากการเพิ่มสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มอาหาร  (อาหารสดเพิ่มร้อยละ  2.57  และอาหารสำเร็จรูปเพิ่มร้อยละ  0.92  จากเดือนก่อนหน้า)  ได้หักล้างผลของปัจจัยชะลอเงินเฟ้อในส่วนที่มาจากการลดต่ำลงของราคาน้ำมันในประเทศหลายประเภทในระหว่างเดือน

    สำหรับทิศทางอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี  แม้ราคาน้ำมันในประเทศหลายประเภทที่ปรับลดลงตั้งแต่ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา  น่าที่จะมีผลทำให้อัตราเงินเฟ้อไทยในเดือนกันยายน  2554  ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ  แต่ผลสุทธิต่อภาพรวมของทิศทางราคาสินค้าผู้บริโภคในช่วงหลายเดือนข้างหน้า  ยังคงขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวรายเดือนของราคาสินค้า  (ทั้งในหมวดอาหาร  และพลังงาน)  แต่ละประเภทต่อไป

อัตราเงินเฟ้อไทยพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ  3  ปี  ในเดือนสิงหาคม  2554
 
เงินเฟ้อ  ส.ค.54  ขึ้นตามราคาอาหาร        
    แม้ราคาสินค้าผู้บริโภคใน  2  หมวดใหญ่  จะวิ่งสวนทางกันในเดือนสิงหาคม  2554  แต่ผลโดยสุทธิแล้ว  การทะยานขึ้นของราคาสินค้าในหมวดอาหาร/เครื่องดื่ม  สามารถหักล้างผลการปรับลดลงของราคาสินค้าในหมวดที่ไม่ใช่อาหาร/เครื่องดื่ม  และทำให้ทิศทางราคาสินค้าผู้บริโภคในภาพรวมมีระดับไล่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า  (MoM)  อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา  11  เดือนติดต่อกัน  (นับตั้งแต่เดือนต.ค.  2553  เป็นต้นมา)  
    อัตราเงินเฟ้อไทยเดือนสิงหาคม  2554  สูงสุดในรอบประมาณ  3  ปี  โดยระดับราคาสินค้าผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ  0.43  (MoM)  ซึ่งส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทะยานขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ  3  ปี  (นับตั้งแต่เดือนต.ค.  2551)  ที่ร้อยละ  4.29  (YoY)  ในเดือนสิงหาคม  เร่งขึ้นจากร้อยละ  4.08  ในเดือนกรกฎาคม  ขณะที่  อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานขยับขึ้นมากเกินคาดมาอยู่ที่ร้อยละ  2.85  (YoY)  ในเดือนสิงหาคม  ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า  3  ปี  (นับตั้งแต่เดือนส.ค.  2551)  เทียบกับร้อยละ  2.59  ในเดือนกรกฎาคม  
    การเพิ่มขึ้นเกินคาดของเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม  เป็นผลมาจากการทะยานขึ้นของราคาในหมวดอาหาร  แม้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับลดลง  โดยราคาอาหารสดและอาหารสำเร็จรูป  (มีน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อรวมกันถึงร้อยละ  29)  ที่เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ  2.57  (MoM)  และร้อยละ  0.92  (MoM)  ในระหว่างเดือน  สามารถหักล้างผลของราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวลงร้อยละ  2.40  (MoM)  ตามภาวะราคาน้ำมันในตลาดโลก  และมาตรการพลังงานของรัฐบาล
     ทั้งนี้  สินค้าในกลุ่มอาหารที่ราคาเร่งสูงขึ้นค่อนข้างมากในเดือนสิงหาคม  ได้แก่  สินค้าประเภทข้าว  (+0.16%  MoM)  เนื้อสัตว์สด  (+6.26%  MoM)  ไข่และผลิตภัณฑ์นม  (+1.53%  MoM)  ผักและผลไม้  (+5.19%  MoM)  เครื่องประกอบอาหาร  (+0.72%  MoM)  และอาหารสำเร็จรูป  (+0.92%  MoM)  ซึ่งก็มีความสอดคล้องกับเทศกาลสารทจีน  และสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของไทย  

แนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี  54
    ทิศทางราคาน้ำมันในประเทศหลายประเภทที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม  2554  ตามมาตรการของรัฐบาล  อาจมี  “ผลโดยตรง”  ในการชะลอแรงกดดันเงินเฟ้อในเดือนกันยายน  2554  และน่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่สูงสุดในรอบประมาณ  3  ปีในเดือนสิงหาคม  กลายเป็นจุดสูงสุดของอัตราเงินเฟ้อในปีนี้  โดยการปรับลดลงของราคาน้ำมันและค่าโดยสารสาธารณะบางส่วนตามนโยบายของรัฐบาลในวันที่  27  สิงหาคม  และ  30  สิงหาคมที่ผ่านมา  ได้มีผลให้ระดับราคาสินค้าผู้บริโภคเดือนกันยายน  2554  ลดลงจากเดือนก่อนหน้า  ประมาณร้อยละ  0.9  (MoM)
      อย่างไรก็ดี  ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่มีการปรับขึ้นหลังจากนั้นตามทิศทางในตลาดโลก  และราคาสินค้าประเภทอื่นๆ  ที่อาจยังมีการทยอยปรับขึ้นในระหว่างเดือน  ทำให้คาดว่า  ระดับราคาสินค้าผู้บริโภคในเดือนกันยายนโดยเฉลี่ยทั้งเดือนสุทธิแล้ว  อาจลดลงประมาณร้อยละ  0.55-0.80  (MoM)  ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปน่าจะอยู่ที่กรอบประมาณร้อยละ  3.5-3.8  (YoY)  ขณะที่  ผลของการปรับลดค่าโดยสารสาธารณะบางส่วน  ก็อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนกันยายน  มีโอกาสปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้าได้เช่นกัน
      สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสสุดท้ายของปี  2554  แม้มีความเป็นไปได้ว่า  ค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงไตรมาส  4/2554  อาจไม่เร่งสูงขึ้นไปกว่าในช่วงไตรมาสที่  3/2554  เนื่องจากตัวแปรที่มีผลในการชะลอแรงกดดันเงินเฟ้อ  อาทิ  มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ  (รถเมล์-รถไฟฟรี)  และการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการตรึงราคาสินค้า  น่าจะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี  2554  นี้  อย่างไรก็ดี  การปรับตัวของราคาสินค้าผู้บริโภคในลักษณะเดือนต่อเดือน  โดยเฉพาะ  ในช่วงหลังจากเดือนกันยายน  2554  ยังอาจได้รับแรงผลักดันจากการคาดการณ์เงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ  กับความคาดหวังต่อโมเมนตัมการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจากมาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลที่จะมีผลในระยะข้างหน้า  (ทั้งมาตรการการปรับเพิ่มรายได้  ค่าจ้างแรงงาน  และราคาสินค้าเกษตร)  ตลอดจนความผันผวนของราคาอาหารและพลังงานที่จะขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศและทิศทางในตลาดโลก  ซึ่งย่อมจะหมายความว่า  กลไกการส่งผ่านแรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ผลิต  มายังราคาสินค้าผู้บริโภค  น่าจะยังคงดำเนินต่อไป
      ทั้งนี้  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย  ประเมินว่า  กรอบคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไทยในปี  2554  ที่ร้อยละ  3.8-4.2  สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป  (กรณีพื้นฐานที่ร้อยละ  3.9)  และร้อยละ  2.3-2.6  สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน  (กรณีพื้นฐานที่ร้อยละ  2.4)  ยังน่าจะสามารถรองรับสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นได้  แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่า  อัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยทั้งปี  2554  อาจโน้มเอียงเข้าหาคาดการณ์กรณีพื้นฐานหรือกรอบล่างของประมาณการมากขึ้น  ขณะที่  ความเป็นไปได้ที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเกินเพดานเงินเฟ้อเป้าหมายของธปท.  อาจมีน้อยลงในปีนี้
      ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ  ธนาคารไทยพาณิชย์  (SCB  EIC)  รายงานว่า  กระทรวงพาณิชย์  ประกาศอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม  2011  โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่  4.29%  เทียบกับปีก่อนหน้า  เร่งขึ้นจาก  4.08%  ในเดือนกรกฎาคม  และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเร่งขึ้นเป็น  2.85%  จาก  2.59%  ในเดือนก่อน  
    สำหรับอัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมเร่งขึ้นจากราคาอาหารที่ยังเพิ่มต่อเนื่อง  ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนสิงหาคมสูงขึ้น  0.43%  เทียบกับเดือนกรกฎาคม  สาเหตุหลักมาจากราคาอาหารและเครื่องดื่มที่สูงขึ้น  1.66%  ซึ่งเป็นผลจากข้าว  เนื้อสัตว์  ผัก  ผลไม้สด  และอาหารสำเร็จรูปมีราคาสูงขึ้น
    ส่วนคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะลดลงเหลือ  3.0-3.5%  ในเดือนกันยายน  จากการที่รัฐบาลยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกเบนซิน  95  ลดลง  16%  เบนซิน  91  ลดลง  15%  และน้ำมันดีเซลลดลง  10%  ซึ่งทำให้ดัชนีราคากลุ่มพลังงานลดลงราว  5-10%  และทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงราว  0.5-1.0%
    อย่างไรก็ตาม  เงินเฟ้อพื้นฐานน่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง  จากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคน่าจะยังอยู่ในระดับสูง  เนื่องจากต้นทุนโดยรวมของผู้ประกอบการไม่ได้ลดลงมากนัก  เพราะแม้ว่าราคาน้ำมันขายปลีกที่ลดลงได้ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งลดลง  แต่ต้นทุนแรงงานยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น  ซึ่งจะเป็นแรงกดดันให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเร่งขึ้นในระยะต่อไป
      ขณะที่มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย  (ธปท.)  จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก  25  basis  points  ภายในสิ้นปีนี้  เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนสิงหาคมเร่งขึ้นจากเดือนก่อน  และสูงต่อเนื่องไปในเดือนกันยายนซึ่งอยู่ใกล้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่  ธปท.  ตั้งไว้  คือ  0.5-3.0%  หากเศรษฐกิจโลกไม่หดตัวจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง  มีโอกาสที่  ธปท.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในไตรมาส  4