DBprintingDBprintingDBprinting
Home การตลาด Marketing News แบร์ริ่งสบช่องภาวะโลกร้อน

แบร์ริ่งสบช่องภาวะโลกร้อน

PDF
Print
E-mail
Written by tariya
Friday, 30 July 2010 16:04

ส่งแชมพูสูตรเย็นเอาใจน้องหมา

แบร์ริ่ง เพ็ทแคร์ เทงบ 10 ล้าน ส่งนวัตกรรมใหม่แชมพู-แป้งสูตรเย็นสำหรับสุนัขครั้งแรกของโลก พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Chic & Charm เจาะตลาดบน ตั้งเป้ายอดขายสิ้นปีนี้ไม่ต่ำกว่า 25%
นายชนะพันธุ์ กิตติเกษมศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบร์ริ่ง เพ็ทแคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ “แบร์ริ่ง” เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงภายในประเทศ มูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 10-15% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงสุนัขเพื่อเฝ้าบ้านมาเป็นสมาชิกในครอบครัว
ในส่วนของภาพรวมบริษัทในปีนี้ จะให้ความสำคัญกับเรื่องนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับตัวสินค้า ล่าสุดได้ใช้งบการตลาดกว่า 10 ล้านบาท เปิดตัวสินค้าใหม่ “แบร์ริ่ง ไอ.ซี คูล” แชมพูและแป้งสูตรเย็นสำหรับสุนัข 2 สูตร คือ คูล สปอร์ต และพิงค์กี้ คูล  ภายใต้ลิขสิทธิ์เฉพาะแบร์ริ่ง นาโน ไบไอ เมนทอล รายแรกของโลก ขณะที่ภาพรวมตลาดส่งออกของบริษัท ปัจจุบันส่งอกไปจำหน่ายกว่า 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน สิงคโปร์ เลบานอน อิสราเอล และอิหร่าน โดยเฉพาะตลาดในฟิลิปปินส์และไต้หวัน ซึ่งถือเป็นตลาดหลักของบริษัท โดยมีสัดส่วนการส่งออก 10-15% และที่เหลือทำตลาดภายในประเทศ
ปัจจุบันแบรนด์แบร์ริ่งมีกลุ่มสินค้าแบ่งออกเป็นกลุ่มคือ กลุ่มแชมพู ครีมนวด สบู่ ครีมบำรุงผิวและขน, กลุ่มแอสเซสเซอร์รี่ อาทิ เครื่องนุ่งห่ม ปลอกคอ เครื่องใช้ต่างๆ, กลุ่มสแนกและอาหาร และกลุ่มคอสเมติกส์ อาทิ สเปรย์กำจัดเห็บหมัด และทรายสำหรับแมว เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มแชมพูและแอเซสเซอร์รี่ ถือว่ามียอดขายดี 2 อันดับต้นๆ       
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวแบรนด์ “Chic & Charm” ประกอบด้วยกลุ่มสินค้าแชมพู น้ำยาถูพื้น น้ำหอมสุนัขและแมว ครีมทาผิวและขน มีด้วยกันทั้งสิ้น 6 กลิ่น ทั้งนี้ บริษัทวางตำแหน่งสินค้าในระดับพรีเมียม ซึ่งมีราคาแพงกว่าสินค้าระดับกลางถึง 50% เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทได้ขยายตลาดไปยังกลุ่มสินค้าระดับพรีเมียมนั้น เนื่องจากได้เล็งเห็นว่าตลาดยังมีช่องว่างและจำนวนผู้เล่นที่น้อย เมื่อเทียบกับสินค้าระดับกลางและล่าง เนื่องจากต้องแข่งขันกับแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ
สำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตประมาณ 10% และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของยอดขายสินค้าปีนี้ไม่ต่ำกว่า 25% โดยมาจากยอดขายภายในประเทศ 85% และยอดขายจากการส่งออก 15% ขณะที่ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้บริษัทมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 10%