Click

ธีระ โรจนาเปรมสุข
12-16 ธันวาคม 2554
จันทร์12 วันหยุดชดเชย
อังคาร13 Sideway แดนลบ
พุธ14 Sideway แดนลบ
พฤหัสฯ15 Sideway แดนลบ
ศุกร์16 Sideway แดนลบ

Login Form

:: The Interest Weekly News ::: ดอกเบี้ยธุรกิจรายสัปดาห์

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
Prev Next

ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง

ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง    GM  แอมเวย์ตุรกี  เชื่ออุตสาหกรรมขายตรงตุรกีบูม  หลังรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ  3.6  พันล้าน  จับทิศตลาดทั่วโลก  ขายตรงยังได้รับความนิยมสูง  ระบุคนมีการศึกษามองเห็นโอกาส  ล่าสุดเทงบ  1  ล้านยูเอสเปิดแอมเวย์ พลาซ่า อิสตันบูล  ตอกย้ำแบรนด์แอมเวย์  ลั่นตามรอยตลาดโลกออนไลน์มาแรง  พร้อมลงทุนแบบเต็มพิกัด  หลังตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์ก  ได้รับความนิยมทั่วโลก

Read more

ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011

ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011  กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจประกาศยกย่องให้นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็น CEO of the year 2011 หรือผู้นำองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในปี 2554 หลังจากเขาสามารถบริหารจัดการองค์กรภายใต้การบริหารให้สามารถรับมือกับปีที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งมีแนวนโยบายการบริหารประเทศที่แตกต่างกันแทบจะโดยสิ้นเชิงได้อย่างลงตัวปี 2554 ถือเป็นปีที่นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธ.ก.ส.คนปัจจุบันต้องทำงานเหนื่อยหนักกว่าผู้จัดการธ.ก.ส.ทุกคนในอดีตที่ผ่านมาเพราะในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจเครื่องมือของรัฐท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่โดยรัฐบาลที่จากไปและเข้ามาใหม่มีแนวนโยบายบริหารประเทศแตกต่างกันออกไป

Read more

“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน

“วรพล”  ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน เลขา  ก.ล.ต.วรพล  โสคติยานุรักษ์  ถือโอกาสฉลองปี  2555  ครบรอบ  20  ปีการก่อตั้งสำนักงาน  ก.ล.ต.  และปีที่ตลาดทุนไทยเข้าสู่การเปิดเสรีเต็มรูปแบบ  ทำหน้าที่เป็น  หัวขบวนผลักดันตลาดทุนไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอาเซียน  โดยพลิกบทบาท  ก.ล.ต.ที่เป็น  “ผู้กำกับ”  มาเป็น  “เพื่อนคู่คิด”  นำพาภาคเอกชนมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย  ชี้ศักยภาพไทยที่เป็นทั้ง  Land  Link  และ  Culture  Link  ชิงความเป็นผู้นำเหนือคู่แข่งอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย  เริ่มต้นด้วยการนำทัพตลาดหลักทรัพย์ฯ  บล.  บลจ.  สานสัมพันธ์ไทยลาว ...

Read more

กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!

กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!  กรุงศรีออโต้เล็งสินเชื่อปีนี้โตเลข  2  หลัก  จากปีก่อนทำสินเชื่อคงค้างได้เกินเป้า  1.42  แสนล้านบาท  เผยน้ำท่วมกระทบไม่มากลูกค้าขอยืดหนี้แค่  2%  ปรับโครงสร้างหนี้แค่  75  ราย  เชื่อปีนี้ตลาดรถยังไปได้สวย  จากแรงส่งทั้งคนรอรับรถตั้งแต่ปีก่อน  มีรถรุ่นใหม่ออก  มาตรการรถคันแรกของรัฐบาล  ล่าสุดจับมือไปรษณีย์ไทยเปิดช่องทางแจ้งขอใช้สินเชื่อ  คาดเพิ่มยอดได้อีกปีละ  500  ล้านบาท  ชี้เป็นเจ้าเดียวมีช่องทางให้บริการลูกค้ามากที่สุด

Read more

รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา

รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา พีดีเฮ้าส์  เดินแผนการตลาดปี  2555  ลุยปักธงอีก  10  สาขาทั่วทุกภูมิภาค  โดยมีทั้งลงทุนเองและขายแฟรนไชส์หวังกวาดยอดขาย  1,200-1,400  ล้านบาท  มองแนวโน้มปีมะโรง  ตลาดรับสร้างบ้านกทม.และปริมณฑลครึ่งปีแรกชะลอตัว  เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะกำลังซื้อตลาดต่างจังหวัด

Read more

ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน

ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน ฮอนด้าทำลายรถที่ได้รับความเสียจากน้ำท่วม  จำนวน  1,055  คัน  พร้อมยืนยันว่าไม่มีรถหลุดส่งมอบให้ลูกค้าอย่างแน่นอน  ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ในโรงงานเท่านั้น  และยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก  

Read more

บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา

บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา  ดีแทคเตรียมงบ 4 หมื่นล้านพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายรองรับการให้บริการโทรคมนาคมพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเครือข่ายล่มจากเหตุการณ์ 3 ครั้งที่ผ่านมาอย่างเต็มที่และหามาตรการแก้ปัญหาระยะยาว

Read more

Home

คนสวดสู้ดอก 0% ไม่ได้ บ้อท่า...บ้าน หลังแรก ผู้ประกอบการมีทั้งเชียร์-ละเหี่ยใจ

คนสวดสู้ดอก 0% ไม่ได้ บ้อท่า...บ้าน หลังแรก ผู้ประกอบการมีทั้งเชียร์-ละเหี่ยใจ
บวก ลบ คูณ หาร ลดภาษีบ้านหลังแรกไม่จ๊าบโดนใจ แจงจะๆ คนมีรายได้น้อย ฐานภาษีต่ำหมดสิทธิ์เห็นๆ คนมีรายได้ปานกลางได้ลดภาษีแค่จิ๊บๆ ไม่จุใจ ส่วนคนรายได้สูงเฉลี่ยอย่างน้อย 4 ล้านต่อปีจะได้รับลดหย่อนภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย/ด้านผู้ประกอบการมีทั้งเชียร์และทั้งละเหี่ยใจ สรุป...ดีกว่าอยู่เปล่าๆ

    สืบเนื่องจากนโยบายบ้านหลังแรกที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการภาษี เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยกำหนดให้ผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถนำเงินร้อยละ 10 ของราคาบ้าน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท มาหักลดหย่อนก่อนการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี โดยกำหนดให้แบ่งหักเป็นเวลา 5 ปี ปีละเท่า ๆ กัน ส่วนผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ดังกล่าว จะต้องมีเงินเดือนเดือนละ 20,000 บาทขึ้นไป และเป็นบุคคลที่อยู่ในระบบการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น

     จากการสำรวจฐานภาษีในปัจจุบันพบว่า มีผู้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 จำนวนทั้งสิ้น 9 ล้านแบบ ในจำนวนดังกล่าวมี 7.4 ล้านแบบ หรือคิดเป็น 76.5% ที่มีรายได้ไม่เกิน 150,000 บาท/ปี จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าว ส่วนที่เหลือจำนวน 2.1 ล้านแบบเป็นผู้ที่เสียภาษีที่อยู่ในข่ายได้รับประโยชน์จากมาตรการบ้านหลังแรกของรัฐบาล แยกเป็น 4 กลุ่มคือ กลุ่มที่ 1 รายได้ 150,001-500,000 บาท/ปี มีจำนวน 1,665,000 แบบ คิดเป็น 18.5% เสียภาษีในอัตรา 10%, กลุ่มที่ 2 รายได้ 500,001-1,000,000 บาท/ปี มีจำนวน 315,000 แบบ คิดเป็น 3.5% เสียภาษีในอัตรา 20%, กลุ่มที่ 3 รายได้ 1,000,001-4,000,000 บาท/ปี มีจำนวน 117,000 แบบ สัดส่วน 1.3% เสียภาษีในอัตรา 30%  และกลุ่มที่ 4 รายได้ตั้งแต่ 4,000,001 ขึ้นไป มีจำนวน 16,000 แบบ คิดเป็น 0.2% เสียภาษีในอัตรา 37%
     นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวกับ "ดอกเบี้ยธุรกิจ" ถึงมาตรการลดภาษีบ้านหลังแรกว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ผู้ซื้อบ้านประหยัดภาระภาษีประมาณปีละ 100,000 บาท หรือรวม 5 ปี 500,000 บาท ซึ่งจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ปัจจุบันมีดีมานด์มากอยู่แล้ว เมื่อมีแรงจูงใจ ลูกค้าสามารถเลือกซื้อที่อยู่อาศัยได้ทุกแห่ง สามารถใช้บริการได้ทุกธนาคาร และมาตรการของภาครัฐมีความชัดเจนก็จะยิ่งเป็นผลดีกับภาคอสังหาริมทรัพย์
     "ธอส.คงไม่ออกแคมเปญมาซ้ำซ้อนแน่ ช่วงนี้ไม่มีโครงการดอกเบี้ย 0 %นาน 5 ปีแน่ เพราะมีต้นทุนในการบริหาร หากกระทรวงการคลังต้องการให้ ธอส.ดำเนินการ ต้องตั้งงบประมาณให้ด้วย ปกติธอส.มีต้นทุนในการปล่อยสินเชื่อคิดเป็นอัตราดอกเบี้ย 4 %ต่อปี หากรัฐบาลไม่ชดเชยให้ จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธอส. และไม่ต้องการให้มีผลกระทบต่อผลตอบแทนของพนักงานด้วย" นายวรวิทย์ กล่าว
    นายวรวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี ในวงเงินรวม 25,000 ล้านบาทนั้น ปัจจุบัน ธอส.อนุมัติวงเงินสินเชื่อไปแล้วประมาณ 16,000-17,000 ล้านบาท และมีการเบิกสินเชื่อไปแล้ว 12,000 ล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลืออีกประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท มาจากหลายสาเหตุ ได้แก่ การก่อสร้างบ้านยังไม่แล้วเสร็จ ผู้ขอสินเชื่อยื่นเอกสารและหลักฐานไม่ครบ จึงอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักฐาน และรอให้ลูกค้าโอน โดยให้เวลาถึงสิ้นปีนี้ หากไม่มาโอนก็จะยกเลิกสัญญากู้ไปเลย
     นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า ปกติการให้ดอกเบี้ย 0% นั้น ส่วนใหญ่จะให้ไม่เกิน 6-7 เดือน  โดยหากเป็นนโยบายของรัฐบาลจะต้องให้การสนับสนุนหรือชดเชยดอกเบี้ยให้ เพราะ ธอส. มีต้นทุนในการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังต้องแยกบัญชีโครงการตามนโยบายภาครัฐออกจากบัญชีการดำเนินธุรกิจทั่วไปของธนาคาร เพราะโครงการตามนโยบายของรัฐจะไม่มีกำไรในการดำเนินงาน และบางโครงการถึงขั้นขาดทุน

โวย! มีผู้ได้ประโยชน์น้อย
สู้บ้านดอกเบี้ย 0 %ไม่ได้
     ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรให้ความเห็นกับ "ดอกเบี้ยธุรกิจ" ว่า มาตรการบ้านหลังแรกของรัฐบาลนั้น มีผู้ได้ประโยชน์ไม่มากนัก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ซื้อบ้านหลังแรกที่แท้จริงนั้นส่วนใหญ่ซื้อราคาเฉลี่ยประมาณ 1.5 ล้านบาทบวกลบ ซึ่งดูได้จากข้อมูลของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ออกมาตรการดอกเบี้ย 0% 2 ปีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรกตามนโยบายของรัฐบาลชุดที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่ผู้ซื้อบ้านจะซื้อเฉลี่ยในระดับราคาดังกล่าว นอกจากนี้กลุ่มผู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่มีรายได้ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน ดังนั้นจึงได้อานิสงส์ในการนำเงินต้นไปหักลดหย่อนน้อยมาก เพราะเมื่อนำค่าใช้จ่ายมาหักรายได้ต่อปีแล้วไม่เกิน 150,000 บาทก็ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีอยู่แล้ว
     นายอิสระ กล่าวอีกว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวคือผู้ที่มีรายได้สุทธิเกิน 150,000 บาทต่อปี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฐานภาษีที่จ่ายด้วย โดยหากรายได้สุทธิอยู่ที่ 150,000-500,000 บาท หรือเฉลี่ยรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 50,000 บาทจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่ที่ 10% ดังนั้น เมื่อรัฐบาลให้นำค่าซื้อบ้านหลังแรกจำนวน 10% ของราคาบ้าน (ตามราคาซื้อขายเช่น บ้านราคา 2 ล้าน นำเงินต้นมาหักลดหย่อนได้ 200,000 บาทในระยะเวลา 5 ปีเท่ากับปีละ 40,000 บาท) มาหักลดหย่อนภาษีก็เท่ากับว่าได้ลดภาษีประมาณ 8,000 บาทต่อปี ก็เท่ากับว่าไม่ได้ประโยชน์มากนัก หรือหากซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท เท่ากับนำมาหักลดหย่อนปีละ 100,000 บาท ซึ่งคนระดับนี้จะต้องมีรายได้สูงปีละประมาณ 4 ล้านบาทขึ้นไป และจะต้องจ่ายภาษีปีละประมาณ 37% ก็เท่ากับว่าหักภาษีได้ 37,000 บาทต่อปี
     “มาตรการนี้จะทำให้คนซื้อบ้านหลังแรกที่มีรายได้สูงเสียภาษีลดลง ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือคนไม่กี่คนและทำให้ระบบภาษีลักลั่นได้ และคนที่มีระดับรายได้ดังกล่าวก็มีบ้านหลังแรกกันไปหมดแล้วก็คงจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก” นายอิสระ กล่าว
     นายอิสระ เสนอแนะว่า มาตรการที่ช่วยคนซื้อบ้านได้อย่างแท้จริงคือเรื่องอัตราดอกเบี้ย 0% ซึ่งเท่ากับว่ามาตรการของรัฐบาลชุดก่อนจะดีกว่า เพราะสามารถช่วยคนได้เป็นวงกว้างมากกว่าและเป็นการช่วยคนที่ควรช่วย ส่วนผลของนโยบายลดภาษีบ้านหลังแรกต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นั้นมีผลไม่มากนัก แต่ถือว่าเป็นเรื่องดีที่นโยบายออกมาชัดเจนแล้วเพราะจะทำให้คนไม่ต้องรอตัดสินใจซื้อบ้านและโอนบ้านได้เร็วทำให้สถานการณ์กลับเข้ามาสู่ภาวะปกติหลังจากที่ชะลอตัวไปในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา
     ขณะที่ นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวกับ "ดอกเบี้ยธุรกิจ" ว่า แนวคิดเรื่องบ้านหลังแรกเปลี่ยนไปจากช่วงหาเสียง เพราะหากเป็นดอกเบี้ย 0% นั้น ไม่ว่ารายได้เท่าไหร่ก็ได้เท่ากันหมด แต่มาตรการที่ออกมานั้นปรากฏว่าขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน คือคนยิ่งรายได้สูงก็ยิ่งได้รับอานิสงส์มาก คนที่รายได้ต่ำก็ได้อานิสงส์น้อย จนถึงไม่ได้เลย เนื่องจากหลังหักค่าลดหย่อนปกติโดยที่ยังไม่ต้องนำเงินต้นบ้านหลังแรกไปหักลดหย่อนก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว และเท่าที่สำรวจดูนั้นราคาบ้านหลังแรกสำหรับคนซื้อบ้านเดี่ยวจะอยู่ที่ระดับราคา 3.2 ล้านบาท ส่วนคอนโดมิเนียมอยู่ที่ระดับราคาประมาณ 1.6 ล้านบาท
     “มาตรการที่ออกมา ช่วยได้แค่ให้ผู้บริโภคที่ชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านได้ตัดสินใจซื้อเท่านั้น เพราะมีความชัดเจนแล้วว่ามาตรการออกมาเป็นอย่างไร และคงจะไม่เห็นผลมาก ยกเว้นช่วงก่อนหมดมาตรการ” นายกิตติพล กล่าว
     ส่วนนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวว่า จากการคำนวณสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับตามฐานการจ่ายภาษีรายได้ของบุคคลธรรมดา กรณีตัวอย่าง ซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาท สามารถหักลดหย่อนก่อนการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี 5 แสนบาทนั้น จะพบว่า
     ผู้ที่มีฐานรายได้ 150,001-500,000 บาท ฐานภาษี 10% เมื่อคำนวณแล้วจะสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 10,000 บาท รวม 5 ปี เป็นเงิน 50,000 บาท
     ฐานรายได้ 500,001-1,000,000 บาท ฐานภาษี 20% หักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 20,000 บาท รวม 5 ปี เป็นเงิน 100,000 บาท
     ฐานรายได้ 1,000,001-4,000,000 บาท ฐานภาษี 30% หักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 30,000 บาท รวม 5 ปี เป็นเงิน 150,000 บาท
     และฐานรายได้ 4,000,001 บาท ขึ้นไป ฐานภาษี 37% หักลดหย่อนภาษีได้ 37,000 บาท รวม 5 ปี หักลดหย่อนภาษีได้ 185,000
     สรุปก็คือ ผู้เสียภาษีจะได้รับประโยชน์มาก-น้อยตามฐานอัตราภาษีและราคาบ้าน โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด คือผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งมีฐานการจ่ายภาษีที่ 37% และต้องซื้อบ้านราคาสูงสุด 5 ล้านบาท จะได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี  185,000 แสนบาท
    ทั้งนี้ นายสัมมา กล่าวด้วยว่า จากการสำรวจข้อมูลบ้านเหลือขายหรือบ้านในสต็อกราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทในตลาดพบว่ามีอยู่ทั้งหมด 89,000 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรร (ทาวน์เฮ้าส์ บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด) รวม 53,800 ยูนิต และเป็นคอนโดมิเนียมประมาณ 35,200 ยูนิต แต่หากมาดูที่สร้างเสร็จแล้วพบว่ามีจำนวน 15,300 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรรรวม 12,700 ยูนิต และเป็นคอนโดมิเนียม 2,600 ยูนิต ส่วนประมาณการตัวเลขการโอนของปี 2554 นั้นคาดการณ์ว่าไม่น่าจะแตกต่างจากปี 2553 มากนัก โดยในปี 2553 ที่ผ่านมาพบว่า ยอดการซื้อขายบ้านใหม่ทั่วประเทศ (เฉพาะบ้านใหม่) มียอดการโอนทั่วประเทศรวม 146,300 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท จำนวน 41,700 ยูนิต บ้านระดับราคา 1-1.99 ล้านบาท จำนวน 37,700 ยูนิต ระดับราคา 2-2.99 ล้านบาท จำนวน 25,500 ยูนิต ระดับราคา 3-3.99 ล้านบาท จำนวน 16,000 ยูนิต ระดับราคา 4-4.99 ล้านบาท จำนวน 9,100 ยูนิต และ ราคาสูงกว่า 5 ล้านบาท จำนวน 16,300 ยูนิต
 
ผู้ประกอบการขานรับ
กระตุ้นบรรยากาศดีขึ้น
     นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในภาพรวมเชื่อว่ามาตรการที่ประกาศออกมาจะช่วยกระตุ้นภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคักได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจไม่ถึงกับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดกำลังซื้อใหม่ ๆ ขึ้น เพราะการตัดสินใจซื้อบ้านนั้นลูกค้าจะพิจารณาในหลาย ๆ ปัจจัย เช่น สภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อความมั่นใจของผู้บริโภคในระยะยาว สำหรับบริษัทเอเชี่ยนฯเอง ณ ปัจจุบันมีสินค้าที่รับกับมาตรการบ้านหลังแรก โดยมีราคาขายต่ำกว่า 5 ล้านบาท พร้อมขายและพร้อมโอนภายใน 31 ธันวาคม 2555 คิดเป็นประมาณ 40% ของสินค้าทั้งหมด โดยเป็นสินค้าแนวราบ และคอนโดมิเนียมส่วนหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศให้ลูกค้าที่กำลังลังเลตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น รวมทั้งลูกค้าที่ชะลอการโอนกรรมสิทธิ์เริ่มมีข้อสรุปที่ชัดเจน หลังจากที่เฝ้ารอรายละเอียดของมาตรการมาระยะเวลาหนึ่ง
    ส่วน นายสืบวงษ์ สุขะมงคล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วิจิตรา กรุ๊ป กล่าวว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีบ้านหลังแรกโดยกำหนดราคาซื้อบ้านหลังละไม่เกิน 5 ล้านบาท นำมาขอทยอยคืนเงินในการคำนวณภาษี 10% ภายใน 5 ปี เริ่มมาตรการตั้งแต่ 22 กันยายน 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 นั้น โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลกำหนดบ้านที่ระดับราคาดังกล่าว ต่างกับช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาที่เน้นเรื่องมาตรการดอกเบี้ย 0% ไม่เกินระยะเวลา 2 ปี สำหรับบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งเป็นการช่วยเหลือเป้าหมายเพียงกลุ่มเดียว แต่ครั้งนี้สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้ครอบคลุมหลายกลุ่มเป้าหมาย เชื่อว่าภายหลังจากวันที่ 22 กันยายน นี้ ภาพรวมตลาดอสังหาฯจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง
    ด้าน นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)ให้ความเห็นว่า หลังจากครม.มีมติอนุมัติโครงการบ้านหลังแรก โดยเงื่อนไขหลักและกฎเกณฑ์ที่นำเสนอเป็นบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ผู้ซื้อบ้านหลังแรกสามารถนำไปขอลดหย่อนภาษีได้ 10% ของราคาบ้านที่ซื้อ โดยแบ่งลดหย่อนปีละเท่า ๆ กัน เป็นระยะเวลา 5 ปี เริ่ม 22 กันยายนถึงสิ้นปี 2555 น่าจะส่งผลดีต่อผู้ซื้อที่อยู่อาศัย รวมถึงส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางและล่างมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นในปีนี้