ยกไทยฮับเอาท์ซอร์สแอนิเมชั่น
Thursday, 15 July 2010 16:13
ออโตเดสก์ส่งซอฟต์แวร์หนุนออโตเดสก์ เห็นโอกาสกลุ่มธุรกิจแอนิเมชั่นสามมิติโตต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่พร้อมกัน 3 ตัว Autodesk Maya 2011, Autodesk 3d Max 2011 และ Autodesk Entertainment Creation Suites 2011 เจาะตลาดกลุ่มศิลปินแอนิเมชั่นคนเอเชีย พร้อมดันภูมิภาคเอเชียเป็นศูนย์กลางเอาท์ซอร์สในการผลิตงานแอนิเมชั่น
นายฉัตรชาญ สุทธิพิศาล ผู้จัดการประจำประเทศไทย ออโตเดสก์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในกลุ่มภาพยนตร์ทั่วโลกในปีที่ผ่านมา โดย บ็อกซ์ ออฟฟิศ มีรายได้อยู่ที่ 2.99 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอัตราการเติบโต 7.6% โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีอัตราการเติบโตถึง 12.3% ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ขณะที่ภาพรวมธุรกิจในกลุ่มทีวี บรอดคาสติ้ง มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกว่า 90% เป็นแอนิเมชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยฝีมือคนเอเชีย เนื่องจากมีคุณภาพและราคาถูกกว่าในอเมริกาและยุโรป และคาดว่าในปีนี้จะมีมูลค่าตลาดประมาณ 326.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกันกลุ่มธุรกิจเกมซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุด ปัจจุบันยังมีคอนเทนต์ 3D ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของตลาด ซึ่งจะเห็นได้จากปริมาณเครื่องรับโทรทัศน์เทคโนโลยี 3D ทั่วโลก ที่มีอยู่เพียง 700,000 เครื่องในปัจจุบัน และคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 19 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็นการเติบโตถึง 38% ต่อปี
ล่าสุดเพื่อเตรียมตัวรับกับทิศทางการเติบโตของตลาด บริษัทจึงได้ตัดสินใจเปิดตัวซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุด เอดิชั่น 2011 คือ Autodesk Maya 2011, Autodesk 3d Max 2011 และ Autodesk Entertainment Creation Suites 2011 ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดตัวโปรดักท์ใหม่พร้อมกันถึง 3 รุ่น เพื่อให้ลูกค้าคนไทยมีเครื่องมือในการสร้างสรรค์ผลงานระดับโลกเพื่อส่งออกสู่ตลาดสากล และยังมุ่งเน้นปั้นภูมิภาคเอเชียให้เป็นศูนย์กลางของเอาท์ซอร์สในการผลิตงานแอนิเมชั่น โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวมาพร้อมกับฟีเจอร์
สำหรับซอฟต์แวร์ดังกล่าว ลูกค้าสามารถนำไปใช้ในงานสร้างสรรค์ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพในการร่างแบบ รวมทั้งยังเสริมฟีเจอร์ทำแบบจำลอง 3D งานแอมิเนชั่น เอฟเฟ็กต์ต่างๆ รวมทั้งใช้ประมวลภาพ จัดองค์ประกอบภาพ สร้างแบบจำลองสามมิติ และลงสีสามมิติ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาพรวมบริษัทในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา (ก.พ.-เม.ย. 53) บริษัทมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 70% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
“ด้วยเครื่องมือเหล่านี้ ศิลปินจะสามารถผลิตแบบและแอมิเนชั่นสามมิติ และสร้างเทคนิคพิเศษ หรือแม้กระทั่งใช้ภาพถ่ายสามมิติประกอบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง ซึ่งจะทำให้เกิดประสบการณ์ความบันเทิงที่แปลกใหม่ โดยโซลูชั่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นมานี้จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ที่จะทำให้ศิลปินก้าวล้ำความทันสมัยในการผลิตสื่อบันเทิง” นายฉัตรชาญ กล่าว











