DBprintingDBprintingDBprinting
Home DBBnews Weekly ดัชนีชี้วัดคนไทยวันนี้กระเป๋าแฟบ

ดัชนีชี้วัดคนไทยวันนี้กระเป๋าแฟบ

PDF
Print
E-mail
Written by tariya
Friday, 30 July 2010 15:53

คนเข้าวัดล้นหลาม
สวนทางเงินทำบุญ


“วันพระใหญ่” ดัชนีชี้วัดคนไทยจนสุดๆ เศรษฐกิจยังไม่โงหัว พระสงฆ์องค์เจ้าบอกคนมาทำบุญล้นวัด แต่ยอดเงินบริจาคลดวูบจนน่าใจหาย สะท้อนภาพจริงของคนชั้นกลางและคนรากหญ้าว่าลำบากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หนำซ้ำยังทำให้ทั้งพระและวัดเดือดร้อนเพราะคนเร่ร่อน/โจรชุกชุม ข้าวของในวัดถูกขโมยแทบทุกวัน
ช่วงเทศกาลอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาที่ผ่านมา มีประชาชนหลั่งไหลเข้าวัดทำบุญจำนวนมาก โดยเฉพาะวัดดัง ๆ เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กับตนเองและครอบครัว แต่ท่ามกลางบรรยากาศงานบุญของคนไทยในห้วงเวลานี้สะท้อนภาพเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดีว่ากำลังซบเซาอย่างหนักโดยดูได้จากยอดเงินบริจาคที่ลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน ๆ มา
พระวินัยเมธี (ปราโมทย์ นาควํโส) ผช.เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ในฐานะเลขานุการเจ้าคณะภาค 4 - 5 - 6 - 7 ซึ่งดูแลพื้นที่ภาคเหนือทั้งหมด กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงกันว่าเศรษฐกิจของประเทศเวลานี้ย่ำแย่มาก เรียกว่าไม่มียุคใดสมัยใดเลยที่คนระดับรากหญ้าหรือประชาชนชั้นล่างจะลำบากเท่ากับยุคปัจจุบัน เห็นได้จากจำนวนคนเข้าวัดมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่มาเพราะต้องการพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ชีวิตของตนเองและครอบครัวดีขึ้น โดยเฉพาะคนชั้นกลางและชั้นล่างเห็นได้ชัดว่าเข้าวัดมากและมักจะมาปรึกษา หารือถึงการดำเนินชีวิตว่าควรจะทำอย่างไรกันต่อไป
“รายได้เข้าวัดไม่มากเท่าจำนวนคนที่เข้าวัด เพราะคนเข้าวัดอย่างมากก็บริจาคซื้อดอกไม้ธูปเทียน 20 บาทแค่นั้น ขณะที่วัดเองแทบทุกวัดก็มีสภาพไม่ต่างกันคือเป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ ถ้าเศรษฐกิจดีวัดก็ดีไปด้วย อย่างวัดในภาคเหนือ คนก็เข้าวัดทำบุญเฉพาะวัดใหญ่ ๆ ที่มีหลวงพ่อหรือพระพุทธรูปดัง ๆ เพื่อขอพร ส่วนวัดเล็ก ๆ โดยเฉพาะตามชนบทแย่มาก ยิ่งมีเรื่องของการเมืองเสื้อแดง เสื้อเหลืองเข้ามาเกี่ยวข้อง บางครั้งทำให้วัดถูกมองภาพลบไปด้วยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองทั้ง ๆ ที่วัดหรือพระสงฆ์ไม่เกี่ยวข้องอะไร” พระวินัยเมธี กล่าว
นอกจากนี้ พระวินัยเมธียังบอกด้วยว่า ยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี การเงินฝืดเคืองเช่นทุกวันนี้ บรรดาวัดต่างๆ ต้องเจอปัญหาขโมยขึ้นวัด อย่างวัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งอยู่กลางเยาวราช จะมีคนเร่ร่อนจรจัดแฝงตัวเข้ามาขโมยวัตถุมงคล มางัดตามห้องต่าง ๆ ในช่วงที่พระไม่อยู่ พระพุทธรูปถูกขโมยเป็นประจำ และระยะหลัง ๆ ของใช้ต่างๆ ที่ทำจากทองเหลือง เช่น กระถางธูป เชิงเทียน หรือแม้แต่พระพุทธรูปทองเหลือง กลายเป็นเป้าหมายของขโมยเพราะขายได้ราคาดี
ทางด้าน พระเทพคุณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรและรองเจ้าคณะภาค 13 ดูแลพื้นที่ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด กล่าวในทำนองเดียวกันว่าเศรษฐกิจทุกวันนี้ไม่ดี คนจึงดิ้นรนหาทางออก ทำให้หนังสือพวกทำนายดวง ใบ้หวย ขายดีกว่าแต่ก่อน เพราะเป็นความหวังของคน ที่คิดจะมีโชคหรือรวยทางลัดขณะที่คนเข้าวัดก็จะเลือกวัดใหญ่ ๆ เช่น วัดโสธรวรารามวรวิหาร วัดพนัญเชิง ส่วนวัดเล็ก ๆ โดยเฉพาะในชนบทน่าสงสาร แทบจะไม่มีคนไปทำบุญ ส่วนการสร้างวัตถุมงคลซึ่งเป็นตัวสะท้อนว่าเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีนั้น ตอนนี้ชัดเจนมากว่าแทบจะไม่มีการจัดสร้างเชิงพุทธพาณิชย์ เพราะคนสร้างกลัวจะขาดทุน
ขณะที่ พระเทพวิสุทธิกวี ผช.เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส กล่าวว่าประชาชนเข้าวัดกันมากขึ้น ส่วนใหญ่มาทำบุญ เสร็จแล้วมักนั่งคุยกับพระ ซึ่งต่างกับช่วงภาวะเศรษฐกิจดี ๆ ที่คนแทบไม่มานั่งคุยกับพระเพราะต้องไปทำมาหากิน แต่เดี๋ยวนี้คนว่างมาคุยกับพระกันมากขึ้นเพราะไม่รู้จะไปทำอะไรดี
ส่วน พระสงบ ธรรมะสันติโก เจ้าอาวาสวัดบางปลากด จ.นครนายก กล่าวว่าคนเข้าวัดน้อยลงเรื่อย ๆ รวมทั้งคนมักติดอยู่กับตัวเกจิอาจารย์ชื่อดัง หรือสนใจแต่วัตถุมงคลต่าง ๆ เช่น จตุคามรามเทพ ขุนแผนโคโยตี้ หรือชูชกเรียกทรัพย์ เพราะมีความเชื่อและต้องการที่พึ่ง ไม่รู้ว่าที่พึ่งที่ถูกต้องคืออะไรและไม่พยายามพัฒนาปรับปรุงตัวเอง ต้องการแต่ความสบาย จึงต้องหาสิ่งภายนอกมาชดเชย
ทั้งนี้ นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า จากผลสำรวจของสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติพบว่า ในปี 2553 ประเทศไทยมีจำนวนวัดทั้งสิ้น 37,000 แห่ง ขณะที่จำนวนวัดร้างในประเทศไทยมีสูงถึง 5,000 แห่ง หรือคิดเป็น 1 ใน 7 ของจำนวนวัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนสาเหตุที่เป็นวัดร้างเพราะขาดเจ้าอาวาสและพระจำพรรษา ซึ่งก็สะท้อนว่าขนาดพระยังไม่สามารถอยู่ได้ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้