DBprintingDBprintingDBprinting
Home DBBnews Weekly วันนี้ยังเหลือ...แต่วันหน้าไม่แน่

วันนี้ยังเหลือ...แต่วันหน้าไม่แน่

PDF
Print
E-mail
Written by tariya
Friday, 30 July 2010 15:50

“เอทานอล”รอดตัว

เตือนอย่าชะล่าใจ...แม้ปริมาณการผลิตเอทานอลวันนี้สูงกว่าความต้องการใช้จริง แต่วันหน้าอาจมีปัญหา เพราะรถใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นตลอด สุดท้ายอาจกระทบต่อการบริโภคและอุตสาหกรรมที่ใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบ ถึงขั้นมันสำปะหลังขาดแคลน เพราะถูกดึงไปผลิตเอทานอลมากขึ้น
รศ.ดร.สมบัติ ทีฑทรัพย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวกับ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงผลผลิตมันสำปะหลังที่มีจำนวนลดลงในช่วงที่ผ่านมา ว่าเป็นเพราะเกิดภาวะภัยแล้งที่เริ่มส่งผลกระทบมาตั้งแต่ปี 2552 และต่อเนื่องมาถึงปีนี้ ซึ่งรวมไปถึงฤดูฝนที่มาล่าช้ากว่าปกติ และมีเพลี้ยแป้งระบาดซ้ำเติม
ดังนั้น จึงคาดการณ์กันว่าผลผลิตมันสำปะหลังในปีนี้จะลดลงเหลือเพียงประมาณ 20 ล้านตัน จากเดิมที่ผลิตได้ 30 ล้านตันในปีที่แล้ว ซึ่งผลผลิตในปีนี้จะแบ่งใช้ในประเทศ 17-18 ล้านตัน ส่งออกกว่า 1 ล้านตัน และที่เหลือแปรรูปเป็นเอทานอล ซึ่งผลผลิตมันสำปะหลังที่ลดลงดังกล่าวจะไม่กระทบต่อความต้องการใช้ในประเทศมากนัก แต่จะกระทบกับการส่งออกมันสำปะหลังแน่นอน
“หลายปีที่ผ่านมาไทยไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้งมากนัก ทำให้มีผลผลิตมันสำปะหลังถึงปีละ 40 ล้านตัน แต่เมื่อช่วงกลางปีของปี 2552 ที่ผ่านมา การผลิตมันสำปะหลังได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ผลผลิตมันสำปะหลังมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ และลดลงต่อเนื่องมาถึงปีนี้”
ส่วนกรณีที่กังวลว่ามีการนำมันสำปะหลังไปผลิตพลังงานเอทานอลจนอาจทำให้ขาดแคลนมันสำปะหลังได้นั้น รศ.ดร.สมบัติกล่าวว่า ขณะนี้การแปรรูปมันสำปะหลังเป็นเอทานอลนี้ ยังอยู่ในปริมาณที่ไม่มาก เพราะผู้ผลิตเอทานอลส่วนใหญ่นำโมลาสมาแปรรูปผลิตเป็นเอทานอลมากกว่า อีกทั้งกำลังการผลิตเอทานอลโดยรวมในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 13-14 ล้านลิตร/วัน ซึ่งมากกว่าปริมาณความต้องการใช้จริงที่มีอยู่ประมาณ 1.2 ล้านลิตร/วัน ทำให้ไม่มีความจำเป็นในการนำมันสำปะหลังมาแปรรูปเป็นเอทานอลจนถึงขั้นทำให้ขาดแคลนมันสำปะหลัง
ทั้งนี้ รศ.ดร.สมบัติ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการนำเข้ามันสำปะหลัง เพื่อชดเชยผลผลิตในประเทศที่ลดลงว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น แต่ถ้าหากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาเพลี้ยระบาดได้ อาจทำให้ปริมาณการปลูกและผลผลิตมันสำปะหลังมีจำนวนลดลง ซึ่งจะกระทบถึงการส่งออกและอุตสาหกรรมอื่นๆที่ใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปสินค้าด้วย
“ส่วนแนวโน้มการใช้เอทานอลมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการสนับสนุนของภาครัฐที่รณรงค์ส่งเสริมให้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์มากขึ้น ดูได้จากรถใหม่ที่ขายในปัจจุบันสามารถใช้น้ำมัน E20 ได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว และอีกไม่กี่ปีข้างหน้ารถรุ่นใหม่ก็สามารถใช้น้ำมัน E85 ได้ ซึ่งอาจจะกระทบถึงสัดส่วนในการนำมันสำปะหลังไปใช้ผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้นได้”