ธีระ โรจนาเปรมสุข
12-16 ธันวาคม 2554
จันทร์12 วันหยุดชดเชย
อังคาร13 Sideway แดนลบ
พุธ14 Sideway แดนลบ
พฤหัสฯ15 Sideway แดนลบ
ศุกร์16 Sideway แดนลบ
Login Form
:: The Interest Weekly News ::: ดอกเบี้ยธุรกิจรายสัปดาห์
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง
ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง GM แอมเวย์ตุรกี เชื่ออุตสาหกรรมขายตรงตุรกีบูม หลังรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.6 พันล้าน จับทิศตลาดทั่วโลก ขายตรงยังได้รับความนิยมสูง ระบุคนมีการศึกษามองเห็นโอกาส ล่าสุดเทงบ 1 ล้านยูเอสเปิดแอมเวย์ พลาซ่า อิสตันบูล ตอกย้ำแบรนด์แอมเวย์ ลั่นตามรอยตลาดโลกออนไลน์มาแรง พร้อมลงทุนแบบเต็มพิกัด หลังตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้รับความนิยมทั่วโลก
Read moreปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011
ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011 กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจประกาศยกย่องให้นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็น CEO of the year 2011 หรือผู้นำองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในปี 2554 หลังจากเขาสามารถบริหารจัดการองค์กรภายใต้การบริหารให้สามารถรับมือกับปีที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งมีแนวนโยบายการบริหารประเทศที่แตกต่างกันแทบจะโดยสิ้นเชิงได้อย่างลงตัวปี 2554 ถือเป็นปีที่นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธ.ก.ส.คนปัจจุบันต้องทำงานเหนื่อยหนักกว่าผู้จัดการธ.ก.ส.ทุกคนในอดีตที่ผ่านมาเพราะในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจเครื่องมือของรัฐท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่โดยรัฐบาลที่จากไปและเข้ามาใหม่มีแนวนโยบายบริหารประเทศแตกต่างกันออกไป
Read more“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน
“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน เลขา ก.ล.ต.วรพล โสคติยานุรักษ์ ถือโอกาสฉลองปี 2555 ครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งสำนักงาน ก.ล.ต. และปีที่ตลาดทุนไทยเข้าสู่การเปิดเสรีเต็มรูปแบบ ทำหน้าที่เป็น หัวขบวนผลักดันตลาดทุนไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอาเซียน โดยพลิกบทบาท ก.ล.ต.ที่เป็น “ผู้กำกับ” มาเป็น “เพื่อนคู่คิด” นำพาภาคเอกชนมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย ชี้ศักยภาพไทยที่เป็นทั้ง Land Link และ Culture Link ชิงความเป็นผู้นำเหนือคู่แข่งอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย เริ่มต้นด้วยการนำทัพตลาดหลักทรัพย์ฯ บล. บลจ. สานสัมพันธ์ไทยลาว ...
Read moreกรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!
กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ! กรุงศรีออโต้เล็งสินเชื่อปีนี้โตเลข 2 หลัก จากปีก่อนทำสินเชื่อคงค้างได้เกินเป้า 1.42 แสนล้านบาท เผยน้ำท่วมกระทบไม่มากลูกค้าขอยืดหนี้แค่ 2% ปรับโครงสร้างหนี้แค่ 75 ราย เชื่อปีนี้ตลาดรถยังไปได้สวย จากแรงส่งทั้งคนรอรับรถตั้งแต่ปีก่อน มีรถรุ่นใหม่ออก มาตรการรถคันแรกของรัฐบาล ล่าสุดจับมือไปรษณีย์ไทยเปิดช่องทางแจ้งขอใช้สินเชื่อ คาดเพิ่มยอดได้อีกปีละ 500 ล้านบาท ชี้เป็นเจ้าเดียวมีช่องทางให้บริการลูกค้ามากที่สุด
Read moreรับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา
รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา พีดีเฮ้าส์ เดินแผนการตลาดปี 2555 ลุยปักธงอีก 10 สาขาทั่วทุกภูมิภาค โดยมีทั้งลงทุนเองและขายแฟรนไชส์หวังกวาดยอดขาย 1,200-1,400 ล้านบาท มองแนวโน้มปีมะโรง ตลาดรับสร้างบ้านกทม.และปริมณฑลครึ่งปีแรกชะลอตัว เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะกำลังซื้อตลาดต่างจังหวัด
Read moreลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน
ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน ฮอนด้าทำลายรถที่ได้รับความเสียจากน้ำท่วม จำนวน 1,055 คัน พร้อมยืนยันว่าไม่มีรถหลุดส่งมอบให้ลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ในโรงงานเท่านั้น และยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
Read moreบทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา
บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา ดีแทคเตรียมงบ 4 หมื่นล้านพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายรองรับการให้บริการโทรคมนาคมพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเครือข่ายล่มจากเหตุการณ์ 3 ครั้งที่ผ่านมาอย่างเต็มที่และหามาตรการแก้ปัญหาระยะยาว
Read moreHome
แบงก์กรุงเทพนำล่องตรัง
- Details
- Created on Sunday, 25 September 2011 14:22
แบงก์กรุงเทพนำล่องตรัง
ชมลูกค้าเกษตรก้าวหน้า
แปลนทอยส์-ตรังน้ำมันปาล์ม
เป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สำหรับการพาคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมลูกค้าในโครงการเกษตรก้าวหน้าที่ประสบความสำเร็จในการยกมาตรฐานผลผลิตให้เป็นที่ต้องการของตลาด และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ตลอดจนประสบความสำเร็จทางธุรกิจ หลังจาก นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์
จากที่เคยพาเยี่ยมชมลูกค้าในดินแดนล้านนา 2 ปีติดต่อกัน เที่ยวนี้ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายนที่ผ่านมา แบงก์กรุงเทพเปลี่ยนเป็นพาคณะสื่อมวลชนล่องใต้ไปเมืองตรังเยี่ยมชมกิจการของลูกค้าในแผ่นดินด้ามขวานของไทยบ้าง
แห่งแรกที่พาไปเยี่ยมชมเป็นโรงงานผลิตของเด็กเล่นจากไม้ยางพาราของบริษัท แปลนทอยส์ ในเครือบริษัท แปลน ครีเอชั่น ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งมาเป็นเวลา 30 ปี ของเด็กเล่นภายใต้แบรนด์ “PLAN TOYS” สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ใส่ใจในพัฒนาการของลูกหลานแล้วน้อยคนที่จะไม่รู้จัก ไม่เพียงเท่านั้นพ่อแม่ผู้ปกครองในอีก 67 ประเทศทั่วโลกต่างก็รู้จักแปลนทอยส์ ในฐานะของเล่นที่มีคุณภาพ ไม่ปนเปื้อนสารพิษ ไม่เป็นอันตรายต่อเด็กระหว่างการเล่น และมีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย
ในเบื้องหน้าของผู้บริโภคที่ได้สัมผัสต่างยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานสินค้า หากแต่ในเบื้องหลังกว่าจะเป็นของเด็กเล่นแปลนทอยส์ นายวิมล วิระพรสวรรค์ ผู้อำนวยการพัฒนาและสนับสนุนองค์กรของบริษัทเล่าให้ฟังว่า
การแข่งขันในอุตสาหกรรมของเล่นมีอยู่สูงมาก แต่ผู้ประกอบการหลายรายในต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนที่เป็นคู่แข่งขันสำคัญของแปลนทอยส์ในปัจจุบันมักมีปัญหาด้านคุณภาพและมาตรฐานสินค้าดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ ซึ่งภายใต้การแข่งขัน แปลนทอยส์จึงต้องปรับกลยุทธ์ และเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ความเป็นสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่ง โดยเสนอสินค้าตลอดจนภาพลักษณ์องค์กรที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม
เริ่มจากไม้ยางพาราหมดอายุที่นำมาใช้ในผลิตเป็นไม้ที่ปราศจากสารเคมีอยู่แล้ว ขณะที่การใช้ไม้ยางพาราทำของเล่นมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กได้ใกล้ชิดและซึมซับคุณค่าธรรมชาติ นอกจากนั้นยังเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นราคาถูก และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งที่ดูเหมือนหมดประโยชน์ไปแล้ว อีกทั้งยังช่วยลดการทำลายสิ่งแวดล้อม จากที่ในอดีตไม้ยางที่หมดอายุจะถูกตัดและเผาทิ้ง
ขณะเดียวกันในกระบวนการผลิต บริษัทเลือกใช้กาวและสีที่ปราศจากสารอันตรายทั้งต่อแรงงานผู้ผลิตและต่อเด็กที่นำไปเล่น รวมถึงส่วนประกอบในของเล่นแต่ละชนิดตามการกำหนดอายุของผู้เล่น ต้องมีขนาดที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก นอกเหนือจากที่ของเล่นแต่ละชิ้นล้วนได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิด Think Green ในส่วนของ Green Material
สำหรับในส่วนของ Green Manufactoring กระบวนการผลิตทุกขั้นตอนได้รับการออกแบบเพื่อให้ลดปริมาณขยะและประหยัดการใช้พลังงาน อีกทั้งยังมุ่งมั่นที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจให้เหลือน้อยที่สุด โดยเศษวัสดุเหลือใช้ บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงาน หากมีส่วนเหลือจะขายให้การไฟฟ้า และกำลังศึกษาการใช้ทรัพยากรตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้า (Life Cycle Assessment) สำหรับนำไปวิเคราะห์เพื่อจะได้ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่ามากที่สุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งในอนาคตจะมีการติดฉลากคาร์บอน ฟุตปรินท์ เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด
ส่วนด้านการตอบแทนสังคม หรือ Green Mind (หัวใจสีเขียว) บริษัทได้จัดตั้งและสนับสนุนโครงการต่างๆ เพื่อตอบแทนและคืนกำไรสู่สังคม เช่น โครงการแปลนรักษ์ป่า โครงการของเล่นเพื่อเด็กพิเศษ และโครงการของเล่นเดินทางพบชุมชน ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินโครงการ Mom-Made-Toys ซึ่งเป็นโครงการรับบริจาคเงินเพื่อนำไปผลิตของเด็กเล่นจำนวน 2 หมื่นชิ้น สำหรับเด็กพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเด็กออทิสติก เด็กดาวน์ซินโดรม และเด็กพิการทางสายตา
นอกจากนี้บุคลากรทุกส่วนของบริษัทนับตั้งแต่ ฝ่ายบริหาร นักออกแบบ ฝ่ายผลิต ฝ่ายบรรจุภัณฑ์ จนถึงฝ่ายขนส่งสินค้า ต่างทุ่มเทความพยายามและพิถีพิถันทุกขั้นตอนของการผลิตเพื่อให้มั่นใจได้ว่าของเล่นทุกชิ้นจะต้องปลอดภัยสำหรับเด็ก ทำให้ที่ผ่านมาบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานต่างๆ มาแล้วมากมาย เช่น ISO 9001 - Quality Management (ระบบการจัดการคุณภาพ) ISO 14001 - Environmental Management (ระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม OHSAS 18001 - Occupational Health and Safety Management (ระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย) SA 8000 - Social Accountability Management (มาตรฐานว่าด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม) ASTM & EN71 - Toy Safety Standards (มาตรฐานความปลอดภัยของของเล่น)
“กลยุทธ์ที่บริษัทเลือกใช้แม้จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ราคาสินค้าสูงขึ้น แต่จากแนวโน้มที่ผู้บริโภคให้ความใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ทำให้ถึงแม้ว่าราคาสินค้าจะสูงกว่า ผู้บริโภคก็ยังพร้อมที่จะเลือกสินค้าจากผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบมากกว่าผู้ผลิตที่สินค้ามีราคาถูกกว่า แต่ไม่ให้ความสำคัญในสิ่งเหล่านี้” นายวิมล กล่าว
ขณะที่สิ่งที่ยืนยันความสำเร็จของของเล่นแปลนทอยส์ คือ ยอดขายแต่ละปีที่สูงกว่า 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 390 ล้านบาท โดยของเล่นกว่า 90% ถูกส่งออกไปขายยังต่างประเทศ ด้วยคำสั่งซื้อจาก 67 ประเทศทั่วโลก แบ่งสัดส่วนเป็นทวีปยุโรป 40% ทวีปสหรัฐอเมริกา 30% ทวีปเอเชียและออสเตรเลียรวมกัน 30% ซึ่งปัจจุบันบริษัทแปลนทอยส์มีบริษัทในเครือ 2 แห่งในต่างประเทศ คือ Plantoys Inc ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และ Plan Toys Japan ในประเทศญี่ปุ่น
ลูกค้าเกษตรก้าวหน้าแห่งที่ 2 ที่ธนาคารกรุงเทพพาไปเยี่ยมชม คือ โรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบของบริษัทตรังน้ำมันปาล์ม ซึ่งทำธุรกิจด้านการผลิตและจัดจำหน่าย น้ำมันปาล์มดิบ เมล็ดในปาล์ม และเส้นใย โดย นายมานิต วงศ์สุรีรัตน์ ที่เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท กล่าวว่า เขาเป็นผู้ริเริ่มปลูกปาล์มน้ำมันในจังหวัดตรัง หลังจากไปดูงานที่ประเทศมาเลเซีย และเห็นว่าการปลูกปาล์มน้ำมันน่าจะมีรายได้ใกล้เคียงกับการปลูกยางพารา จึงเริ่มปลูกในปี 2522 จำนวน 60 ไร่ ต่อมาเมื่อมีผู้สนใจปลูกปาล์มน้ำมันมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงรวมตัวกันก่อตั้งโรงงานรับซื้อปาล์มน้ำมัน โรงงานได้ก่อสร้างเสร็จ เฟสที่หนึ่งเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2530 โดยในระยะแรกโรงงานรับซื้อผลผลิตเฉพาะจากผู้ถือหุ้นเท่านั้นต่อมาจึงได้รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตรังและพื้นที่ใกล้เคียง
ถึงแม้ธุรกิจเติบโตขึ้นตามลำดับ แต่บริษัทไม่ได้หยุดความคิดการพัฒนาธุรกิจ โดยยังคงเดินหน้าขยายโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มีคุณภาพ ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าสูงสุด ซึ่งได้มีการนำนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ภายในโรงงาน รวมทั้งนำกิจกรรมคุณภาพ 5 ส. ระบบคุณภาพ GMP และ ISO 9001 มาประยุกต์ใช้เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ขององค์กร และสร้างความมั่นใจ ความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์ ให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันโรงงานหีบน้ำมันปาล์มมีกำลังการผลิต 45 ตันปาล์ม/ชม. มีรายได้จากน้ำมันปาล์มดิบปีละประมาณ 1.2 พันล้านบาท และยังมีโครงการอื่นๆ เช่น โครงการด้านพลังงาน โดยมีระบบการใช้น้ำเสียมาผลิตกระแสไฟฟ้า (Biogas) ขนาด 2.0 เมกะวัตต์ ขายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาตั้งแต่ปี 2551 และใช้ในบริษัทเอง รวมทั้งมีระบบไฟฟ้ากังหันไอน้ำ (Biomass) ที่ใช้เส้นใยปาล์มเป็นเชื้อเพลิงในเตาเผาเป็นแห่งแรก สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 1.20 เมกะวัตต์ และยังนำของเสียจากระบบบำบัดน้ำเสียมาผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพด้วย
นอกจากนี้ บริษัทมีโครงการด้านการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) โดยทำโครงการเพิ่มปริมาณผลผลิตที่ได้จากผลปาล์มน้ำมัน เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรมักตัดผลปาล์มที่ยังไม่สุกเต็มที่ ทำให้ปริมาณน้ำมันที่สกัดได้น้อยกว่าที่ควร จึงมีการจัดโครงการแข่งขันทีมตัดปาล์มคุณภาพ ส่งผลให้ผลปาล์มดิบที่โรงงานรับซื้อมีคุณภาพดีขึ้น ปริมาณผลผลิตที่ได้จากการสกัดน้ำมันปาล์มดิบสูงขึ้น
ขณะเดียวกันยังมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยที่อยู่ระหว่างการศึกษาและดำเนินการ ประกอบด้วย โครงการด้านพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุเหลือทิ้งจากปาล์มน้ำมันให้ได้ 100% (Zero waste) เช่น ทลายปาล์ม ใบปาล์ม และต้นปาล์มหมดอายุ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง Biomass ในการผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีกังหันไอน้ำ ซึ่งมีแผนลงทุน 400 ล้านบาทด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ภายในปี 2555-2556 เพื่อระดมทุนสร้างโรงผลิตไฟฟ้าให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 9 เมกะวัตต์ และยังมีการศึกษาด้านพลังงานทางเลือกเพื่อผลิตไบโอดีเซล
ขณะเดียวกันบริษัทกำลังศึกษาการผลิตน้ำมันพืชเพื่อบริโภค (Refine) และผลิตภัณฑ์ในไลน์ของอาหารเสริม วิตามินอี และ CO Q 10 เพื่อทำการผลิตในอนาคต เนื่องจากในน้ำมันปาล์ม มีสารอาหารที่มีคุณค่าสูง เช่น โทโคฟีรอล โทโคไตรอีนอล (วิตามินอี) และเบต้าแคโรทีน
สำหรับการสร้างสรรค์แต่ละโครงการออกมาตั้งอยู่บนหลักของเศรษฐกิจพอเพียง โดยพยายามที่จะนำเศษวัตถุดิบที่เหลือจากระบบสกัดน้ำมันปาล์มมาใช้ประโยชน์ให้ได้ทั้งหมด ซึ่งทางโรงงานต้องลองผิดลองถูกด้วยวิธีการต่างๆ อยู่หลายครั้งจนกระทั่งได้ประสบกับความสำเร็จในที่สุด
ทั้งนี้ นอกจากพาเยี่ยมชมลูกค้าธุรกิจแล้ว ธนาคารกรุงเทพได้นำคณะสื่อมวลชนร่วมบริจาคเงิน และอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อบูรณะโรงเรียนบางหมาก ซึ่งเป็นโรงเรียนธนาคารกรุงเทพแห่งที่ 22 ตั้งอยู่ที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เพื่อให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์สำหรับการเรียนการสอนของเด็กๆ ในชุมชนบางหมาก และร่วมกันวาดภาพระบายสีอาคารเรียนที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่สำหรับเด็กก่อนวัยเรียนด้วย










