Click

ธีระ โรจนาเปรมสุข
12-16 ธันวาคม 2554
จันทร์12 วันหยุดชดเชย
อังคาร13 Sideway แดนลบ
พุธ14 Sideway แดนลบ
พฤหัสฯ15 Sideway แดนลบ
ศุกร์16 Sideway แดนลบ

Login Form

:: The Interest Weekly News ::: ดอกเบี้ยธุรกิจรายสัปดาห์

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
Prev Next

ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง

ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง    GM  แอมเวย์ตุรกี  เชื่ออุตสาหกรรมขายตรงตุรกีบูม  หลังรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ  3.6  พันล้าน  จับทิศตลาดทั่วโลก  ขายตรงยังได้รับความนิยมสูง  ระบุคนมีการศึกษามองเห็นโอกาส  ล่าสุดเทงบ  1  ล้านยูเอสเปิดแอมเวย์ พลาซ่า อิสตันบูล  ตอกย้ำแบรนด์แอมเวย์  ลั่นตามรอยตลาดโลกออนไลน์มาแรง  พร้อมลงทุนแบบเต็มพิกัด  หลังตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์ก  ได้รับความนิยมทั่วโลก

Read more

ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011

ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011  กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจประกาศยกย่องให้นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็น CEO of the year 2011 หรือผู้นำองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในปี 2554 หลังจากเขาสามารถบริหารจัดการองค์กรภายใต้การบริหารให้สามารถรับมือกับปีที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งมีแนวนโยบายการบริหารประเทศที่แตกต่างกันแทบจะโดยสิ้นเชิงได้อย่างลงตัวปี 2554 ถือเป็นปีที่นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธ.ก.ส.คนปัจจุบันต้องทำงานเหนื่อยหนักกว่าผู้จัดการธ.ก.ส.ทุกคนในอดีตที่ผ่านมาเพราะในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจเครื่องมือของรัฐท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่โดยรัฐบาลที่จากไปและเข้ามาใหม่มีแนวนโยบายบริหารประเทศแตกต่างกันออกไป

Read more

“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน

“วรพล”  ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน เลขา  ก.ล.ต.วรพล  โสคติยานุรักษ์  ถือโอกาสฉลองปี  2555  ครบรอบ  20  ปีการก่อตั้งสำนักงาน  ก.ล.ต.  และปีที่ตลาดทุนไทยเข้าสู่การเปิดเสรีเต็มรูปแบบ  ทำหน้าที่เป็น  หัวขบวนผลักดันตลาดทุนไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอาเซียน  โดยพลิกบทบาท  ก.ล.ต.ที่เป็น  “ผู้กำกับ”  มาเป็น  “เพื่อนคู่คิด”  นำพาภาคเอกชนมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย  ชี้ศักยภาพไทยที่เป็นทั้ง  Land  Link  และ  Culture  Link  ชิงความเป็นผู้นำเหนือคู่แข่งอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย  เริ่มต้นด้วยการนำทัพตลาดหลักทรัพย์ฯ  บล.  บลจ.  สานสัมพันธ์ไทยลาว ...

Read more

กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!

กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!  กรุงศรีออโต้เล็งสินเชื่อปีนี้โตเลข  2  หลัก  จากปีก่อนทำสินเชื่อคงค้างได้เกินเป้า  1.42  แสนล้านบาท  เผยน้ำท่วมกระทบไม่มากลูกค้าขอยืดหนี้แค่  2%  ปรับโครงสร้างหนี้แค่  75  ราย  เชื่อปีนี้ตลาดรถยังไปได้สวย  จากแรงส่งทั้งคนรอรับรถตั้งแต่ปีก่อน  มีรถรุ่นใหม่ออก  มาตรการรถคันแรกของรัฐบาล  ล่าสุดจับมือไปรษณีย์ไทยเปิดช่องทางแจ้งขอใช้สินเชื่อ  คาดเพิ่มยอดได้อีกปีละ  500  ล้านบาท  ชี้เป็นเจ้าเดียวมีช่องทางให้บริการลูกค้ามากที่สุด

Read more

รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา

รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา พีดีเฮ้าส์  เดินแผนการตลาดปี  2555  ลุยปักธงอีก  10  สาขาทั่วทุกภูมิภาค  โดยมีทั้งลงทุนเองและขายแฟรนไชส์หวังกวาดยอดขาย  1,200-1,400  ล้านบาท  มองแนวโน้มปีมะโรง  ตลาดรับสร้างบ้านกทม.และปริมณฑลครึ่งปีแรกชะลอตัว  เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะกำลังซื้อตลาดต่างจังหวัด

Read more

ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน

ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน ฮอนด้าทำลายรถที่ได้รับความเสียจากน้ำท่วม  จำนวน  1,055  คัน  พร้อมยืนยันว่าไม่มีรถหลุดส่งมอบให้ลูกค้าอย่างแน่นอน  ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ในโรงงานเท่านั้น  และยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก  

Read more

บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา

บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา  ดีแทคเตรียมงบ 4 หมื่นล้านพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายรองรับการให้บริการโทรคมนาคมพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเครือข่ายล่มจากเหตุการณ์ 3 ครั้งที่ผ่านมาอย่างเต็มที่และหามาตรการแก้ปัญหาระยะยาว

Read more

Home

คนสวดสู้ดอก 0% ไม่ได้บ้อท่า...บ้านหลังแรก

คนสวดสู้ดอก 0% ไม่ได้บ้อท่า...บ้านหลังแรก
ผู้ประกอบการมีทั้งเชียร์-ละเหี่ยใจ
บวกลบคูณหารลดภาษีบ้านหลังแรกไม่จ๊าบโดนใจแจงจะๆคนมีรายได้น้อยฐานภาษีต่ำหมดสิทธิ์เห็นๆคนมีรายได้ปานกลางได้ลดภาษีแค่จิ๊บๆไม่จุใจส่วนคนรายได้สูงเฉลี่ยอย่างน้อย 4 ล้านต่อปีจะได้รับลดหย่อนภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย/ด้านผู้ประกอบการมีทั้งเชียร์และทั้งละเหี่ยใจสรุป...ดีกว่าอยู่เปล่าๆ

บาทขึ้นไปและเป็นบุคคลที่อยู่ในระบบการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่านั้น

 จากการสำรวจฐานภาษีในปัจจุบันพบว่ามีผู้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ภ... 90 และภ... 91 จำนวนทั้งสิ้น 9 ล้านแบบในจำนวนดังกล่าวมี 7.4 ล้านแบบหรือคิดเป็น 76.5% ที่มีรายได้ไม่เกิน 150,000 บาท/ปีจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าวส่วนที่เหลือจำนวน 2.1 ล้านแบบเป็นผู้ที่เสียภาษีที่อยู่ในข่ายได้รับประโยชน์จากมาตรการบ้านหลังแรกของรัฐบาลแยกเป็น 4 กลุ่มคือกลุ่มที่ 1 รายได้ 150,001-500,000 บาท/ปีมีจำนวน 1,665,000 แบบคิดเป็น 18.5% เสียภาษีในอัตรา 10%, กลุ่มที่ 2 รายได้ 500,001-1,000,000 บาท/ปีมีจำนวน 315,000 แบบคิดเป็น 3.5% เสียภาษีในอัตรา 20%, กลุ่มที่ 3 รายได้ 1,000,001-4,000,000 บาท/ปีมีจำนวน 117,000 แบบสัดส่วน 1.3% เสียภาษีในอัตรา 30%  และกลุ่มที่ 4 รายได้ตั้งแต่ 4,000,001 ขึ้นไปมีจำนวน 16,000 แบบคิดเป็น 0.2% เสียภาษีในอัตรา 37%

 นายวรวิทย์ชัยลิมปมนตรีกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวกับ "ดอกเบี้ยธุรกิจ" ถึงมาตรการลดภาษีบ้านหลังแรกว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะจะช่วยให้ผู้ซื้อบ้านประหยัดภาระภาษีประมาณปีละ 100,000 บาทหรือรวม 5 ปี 500,000 บาทซึ่งจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ปัจจุบันมีดีมานด์มากอยู่แล้วเมื่อมีแรงจูงใจลูกค้าสามารถเลือกซื้อที่อยู่อาศัยได้ทุกแห่งสามารถใช้บริการได้ทุกธนาคารและมาตรการของภาครัฐมีความชัดเจนก็จะยิ่งเป็นผลดีกับภาคอสังหาริมทรัพย์

 "ธอส.คงไม่ออกแคมเปญมาซ้ำซ้อนแน่ช่วงนี้ไม่มีโครงการดอกเบี้ย 0 %นาน 5 ปีแน่เพราะมีต้นทุนในการบริหารหากกระทรวงการคลังต้องการให้ธอส.ดำเนินการต้องตั้งงบประมาณให้ด้วยปกติธอส.มีต้นทุนในการปล่อยสินเชื่อคิดเป็นอัตราดอกเบี้ย 4 %ต่อปีหากรัฐบาลไม่ชดเชยให้จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธอส. และไม่ต้องการให้มีผลกระทบต่อผลตอบแทนของพนักงานด้วย" นายวรวิทย์กล่าว

นายวรวิทย์กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปีในวงเงินรวม 25,000 ล้านบาทนั้นปัจจุบันธอส.อนุมัติวงเงินสินเชื่อไปแล้วประมาณ 16,000-17,000 ล้านบาทและมีการเบิกสินเชื่อไปแล้ว 12,000 ล้านบาทส่วนวงเงินที่เหลืออีกประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาทมาจากหลายสาเหตุได้แก่การก่อสร้างบ้านยังไม่แล้วเสร็จผู้ขอสินเชื่อยื่นเอกสารและหลักฐานไม่ครบจึงอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักฐานและรอให้ลูกค้าโอนโดยให้เวลาถึงสิ้นปีนี้หากไม่มาโอนก็จะยกเลิกสัญญากู้ไปเลย 

 นายวรวิทย์กล่าวอีกว่าปกติการให้ดอกเบี้ย 0% นั้นส่วนใหญ่จะให้ไม่เกิน 6-7 เดือน  โดยหากเป็นนโยบายของรัฐบาลจะต้องให้การสนับสนุนหรือชดเชยดอกเบี้ยให้เพราะธอส. มีต้นทุนในการดำเนินงานนอกจากนี้ยังต้องแยกบัญชีโครงการตามนโยบายภาครัฐออกจากบัญชีการดำเนินธุรกิจทั่วไปของธนาคารเพราะโครงการตามนโยบายของรัฐจะไม่มีกำไรในการดำเนินงานและบางโครงการถึงขั้นขาดทุน 

โวย! มีผู้ได้ประโยชน์น้อย สู้บ้านดอกเบี้ย 0 %ไม่ได้

 ด้านนายอิสระบุญยังนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรให้ความเห็นกับ "ดอกเบี้ยธุรกิจ" ว่ามาตรการบ้านหลังแรกของรัฐบาลนั้นมีผู้ได้ประโยชน์ไม่มากนักเนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่ซื้อบ้านหลังแรกที่แท้จริงนั้นส่วนใหญ่ซื้อราคาเฉลี่ยประมาณ 1.5 ล้านบาทบวกลบซึ่งดูได้จากข้อมูลของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ออกมาตรการดอกเบี้ย 0% 2 ปีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรกตามนโยบายของรัฐบาลชุดที่ผ่านมานั้นส่วนใหญ่ผู้ซื้อบ้านจะซื้อเฉลี่ยในระดับราคาดังกล่าวนอกจากนี้กลุ่มผู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่มีรายได้ประมาณ 20,000 บาทต่อเดือนดังนั้นจึงได้อานิสงส์ในการนำเงินต้นไปหักลดหย่อนน้อยมากเพราะเมื่อนำค่าใช้จ่ายมาหักรายได้ต่อปีแล้วไม่เกิน 150,000 บาทก็ไม่จำเป็นต้องเสียภาษีอยู่แล้ว

 นายอิสระกล่าวอีกว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวคือผู้ที่มีรายได้สุทธิเกิน 150,000 บาทต่อปีแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับฐานภาษีที่จ่ายด้วยโดยหากรายได้สุทธิอยู่ที่ 150,000-500,000 บาทหรือเฉลี่ยรายได้ต่อเดือนอยู่ที่ 50,000 บาทจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่ที่ 10% ดังนั้นเมื่อรัฐบาลให้นำค่าซื้อบ้านหลังแรกจำนวน 10% ของราคาบ้าน (ตามราคาซื้อขายเช่นบ้านราคา 2 ล้านนำเงินต้นมาหักลดหย่อนได้ 200,000 บาทในระยะเวลา 5 ปีเท่ากับปีละ 40,000 บาท) มาหักลดหย่อนภาษีก็เท่ากับว่าได้ลดภาษีประมาณ 8,000 บาทต่อปีก็เท่ากับว่าไม่ได้ประโยชน์มากนักหรือหากซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาทเท่ากับนำมาหักลดหย่อนปีละ 100,000 บาทซึ่งคนระดับนี้จะต้องมีรายได้สูงปีละประมาณ 4 ล้านบาทขึ้นไปและจะต้องจ่ายภาษีปีละประมาณ 37% ก็เท่ากับว่าหักภาษีได้ 37,000 บาทต่อปี

 มาตรการนี้จะทำให้คนซื้อบ้านหลังแรกที่มีรายได้สูงเสียภาษีลดลงซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือคนไม่กี่คนและทำให้ระบบภาษีลักลั่นได้และคนที่มีระดับรายได้ดังกล่าวก็มีบ้านหลังแรกกันไปหมดแล้วก็คงจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก นายอิสระกล่าว

 นายอิสระเสนอแนะว่ามาตรการที่ช่วยคนซื้อบ้านได้อย่างแท้จริงคือเรื่องอัตราดอกเบี้ย 0% ซึ่งเท่ากับว่ามาตรการของรัฐบาลชุดก่อนจะดีกว่าเพราะสามารถช่วยคนได้เป็นวงกว้างมากกว่าและเป็นการช่วยคนที่ควรช่วยส่วนผลของนโยบายลดภาษีบ้านหลังแรกต่อผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นั้นมีผลไม่มากนักแต่ถือว่าเป็นเรื่องดีที่นโยบายออกมาชัดเจนแล้วเพราะจะทำให้คนไม่ต้องรอตัดสินใจซื้อบ้านและโอนบ้านได้เร็วทำให้สถานการณ์กลับเข้ามาสู่ภาวะปกติหลังจากที่ชะลอตัวไปในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

 ขณะที่นายกิตติพลปราโมชอยุธยานายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยกล่าวกับ "ดอกเบี้ยธุรกิจ" ว่าแนวคิดเรื่องบ้านหลังแรกเปลี่ยนไปจากช่วงหาเสียงเพราะหากเป็นดอกเบี้ย 0% นั้นไม่ว่ารายได้เท่าไหร่ก็ได้เท่ากันหมดแต่มาตรการที่ออกมานั้นปรากฏว่าขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคนคือคนยิ่งรายได้สูงก็ยิ่งได้รับอานิสงส์มากคนที่รายได้ต่ำก็ได้อานิสงส์น้อยจนถึงไม่ได้เลยเนื่องจากหลังหักค่าลดหย่อนปกติโดยที่ยังไม่ต้องนำเงินต้นบ้านหลังแรกไปหักลดหย่อนก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้วและเท่าที่สำรวจดูนั้นราคาบ้านหลังแรกสำหรับคนซื้อบ้านเดี่ยวจะอยู่ที่ระดับราคา 3.2 ล้านบาทส่วนคอนโดมิเนียมอยู่ที่ระดับราคาประมาณ 1.6 ล้านบาท

 มาตรการที่ออกมาช่วยได้แค่ให้ผู้บริโภคที่ชะลอการตัดสินใจซื้อบ้านได้ตัดสินใจซื้อเท่านั้นเพราะมีความชัดเจนแล้วว่ามาตรการออกมาเป็นอย่างไรและคงจะไม่เห็นผลมากยกเว้นช่วงก่อนหมดมาตรการ นายกิตติพลกล่าว

 ส่วนนายสัมมาคีตสินผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวว่าจากการคำนวณสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับตามฐานการจ่ายภาษีรายได้ของบุคคลธรรมดากรณีตัวอย่างซื้อบ้านราคา 5 ล้านบาทสามารถหักลดหย่อนก่อนการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี 5 แสนบาทนั้นจะพบว่า 

 ผู้ที่มีฐานรายได้ 150,001-500,000 บาทฐานภาษี 10% เมื่อคำนวณแล้วจะสามารถหักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 10,000 บาทรวม 5 ปีเป็นเงิน 50,000 บาท 

 ฐานรายได้ 500,001-1,000,000 บาทฐานภาษี 20% หักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 20,000 บาทรวม 5 ปีเป็นเงิน 100,000 บาท

 ฐานรายได้ 1,000,001-4,000,000 บาทฐานภาษี 30% หักลดหย่อนภาษีได้ปีละ 30,000 บาทรวม 5 ปีเป็นเงิน 150,000 บาท 

 และฐานรายได้ 4,000,001 บาทขึ้นไปฐานภาษี 37% หักลดหย่อนภาษีได้ 37,000 บาทรวม 5 ปีหักลดหย่อนภาษีได้ 185,000

 สรุปก็คือผู้เสียภาษีจะได้รับประโยชน์มาก-น้อยตามฐานอัตราภาษีและราคาบ้านโดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไปซึ่งมีฐานการจ่ายภาษีที่ 37% และต้องซื้อบ้านราคาสูงสุด 5 ล้านบาทจะได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี  185,000 แสนบาท

ทั้งนี้นายสัมมากล่าวด้วยว่าจากการสำรวจข้อมูลบ้านเหลือขายหรือบ้านในสต็อกราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทในตลาดพบว่ามีอยู่ทั้งหมด 89,000 ยูนิตแบ่งเป็นบ้านจัดสรร (ทาวน์เฮ้าส์บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด) รวม 53,800 ยูนิตและเป็นคอนโดมิเนียมประมาณ 35,200 ยูนิตแต่หากมาดูที่สร้างเสร็จแล้วพบว่ามีจำนวน 15,300 ยูนิตแบ่งเป็นบ้านจัดสรรรวม 12,700 ยูนิตและเป็นคอนโดมิเนียม 2,600 ยูนิตส่วนประมาณการตัวเลขการโอนของปี 2554 นั้นคาดการณ์ว่าไม่น่าจะแตกต่างจากปี 2553 มากนักโดยในปี 2553 ที่ผ่านมาพบว่ายอดการซื้อขายบ้านใหม่ทั่วประเทศ (เฉพาะบ้านใหม่) มียอดการโอนทั่วประเทศรวม 146,300 ยูนิตแบ่งเป็นบ้านราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทจำนวน 41,700 ยูนิตบ้านระดับราคา 1-1.99 ล้านบาทจำนวน 37,700 ยูนิตระดับราคา 2-2.99 ล้านบาทจำนวน 25,500 ยูนิตระดับราคา 3-3.99 ล้านบาทจำนวน 16,000 ยูนิตระดับราคา 4-4.99 ล้านบาทจำนวน 9,100 ยูนิตและราคาสูงกว่า 5 ล้านบาทจำนวน 16,300 ยูนิต

ผู้ประกอบการขานรับ กระตุ้นบรรยากาศดีขึ้น

 นายภูมิพัฒน์สินาเจริญผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชีบริษัทเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในภาพรวมเชื่อว่ามาตรการที่ประกาศออกมาจะช่วยกระตุ้นภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคักได้ในระดับหนึ่งแต่อาจไม่ถึงกับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เกิดกำลังซื้อใหม่ๆขึ้นเพราะการตัดสินใจซื้อบ้านนั้นลูกค้าจะพิจารณาในหลายๆปัจจัยเช่นสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อความมั่นใจของผู้บริโภคในระยะยาวสำหรับบริษัทเอเชี่ยนฯเองณปัจจุบันมีสินค้าที่รับกับมาตรการบ้านหลังแรกโดยมีราคาขายต่ำกว่า 5 ล้านบาทพร้อมขายและพร้อมโอนภายใน 31 ธันวาคม 2555 คิดเป็นประมาณ 40% ของสินค้าทั้งหมดโดยเป็นสินค้าแนวราบและคอนโดมิเนียมส่วนหนึ่งซึ่งเชื่อว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศให้ลูกค้าที่กำลังลังเลตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้นรวมทั้งลูกค้าที่ชะลอการโอนกรรมสิทธิ์เริ่มมีข้อสรุปที่ชัดเจนหลังจากที่เฝ้ารอรายละเอียดของมาตรการมาระยะเวลาหนึ่ง

ส่วนนายสืบวงษ์สุขะมงคลประธานกรรมการบริหารบริษัทวิจิตรากรุ๊ปกล่าวว่าหลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการภาษีบ้านหลังแรกโดยกำหนดราคาซื้อบ้านหลังละไม่เกิน 5 ล้านบาทนำมาขอทยอยคืนเงินในการคำนวณภาษี 10% ภายใน 5 ปีเริ่มมาตรการตั้งแต่ 22 กันยายน 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 นั้นโดยส่วนตัวเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลกำหนดบ้านที่ระดับราคาดังกล่าวต่างกับช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาที่เน้นเรื่องมาตรการดอกเบี้ย 0% ไม่เกินระยะเวลา 2 ปีสำหรับบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาทซึ่งเป็นการช่วยเหลือเป้าหมายเพียงกลุ่มเดียวแต่ครั้งนี้สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้บริโภคได้ครอบคลุมหลายกลุ่มเป้าหมายเชื่อว่าภายหลังจากวันที่ 22 กันยายนนี้ภาพรวมตลาดอสังหาฯจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง

ด้านนายเศรษฐาทวีสินกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทแสนสิริจำกัด (มหาชน)ให้ความเห็นว่าหลังจากครม.มีมติอนุมัติโครงการบ้านหลังแรกโดยเงื่อนไขหลักและกฎเกณฑ์ที่นำเสนอเป็นบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาทผู้ซื้อบ้านหลังแรกสามารถนำไปขอลดหย่อนภาษีได้ 10% ของราคาบ้านที่ซื้อโดยแบ่งลดหย่อนปีละเท่าๆกันเป็นระยะเวลา 5 ปีเริ่ม 22 กันยายนถึงสิ้นปี 2555 น่าจะส่งผลดีต่อผู้ซื้อที่อยู่อาศัยรวมถึงส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางและล่างมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นในปีนี้