ธีระ โรจนาเปรมสุข
12-16 ธันวาคม 2554
จันทร์12 วันหยุดชดเชย
อังคาร13 Sideway แดนลบ
พุธ14 Sideway แดนลบ
พฤหัสฯ15 Sideway แดนลบ
ศุกร์16 Sideway แดนลบ
Login Form
:: The Interest Weekly News ::: ดอกเบี้ยธุรกิจรายสัปดาห์
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง
ส่องกล้องขายตรงโลก แอมเวย์ตุรกีคึกรับตลาดโตพุ่ง จับทิศโซเชียลเน็ตเวิร์กมาแรง GM แอมเวย์ตุรกี เชื่ออุตสาหกรรมขายตรงตุรกีบูม หลังรัฐบาลอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.6 พันล้าน จับทิศตลาดทั่วโลก ขายตรงยังได้รับความนิยมสูง ระบุคนมีการศึกษามองเห็นโอกาส ล่าสุดเทงบ 1 ล้านยูเอสเปิดแอมเวย์ พลาซ่า อิสตันบูล ตอกย้ำแบรนด์แอมเวย์ ลั่นตามรอยตลาดโลกออนไลน์มาแรง พร้อมลงทุนแบบเต็มพิกัด หลังตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้รับความนิยมทั่วโลก
Read moreปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011
ปั้นธกส.สนองนโยบายรัฐได้ทุกยุค “ลักษณ์” ผู้นำแห่งปี CEO of the year 2011 กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจประกาศยกย่องให้นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็น CEO of the year 2011 หรือผู้นำองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในปี 2554 หลังจากเขาสามารถบริหารจัดการองค์กรภายใต้การบริหารให้สามารถรับมือกับปีที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งมีแนวนโยบายการบริหารประเทศที่แตกต่างกันแทบจะโดยสิ้นเชิงได้อย่างลงตัวปี 2554 ถือเป็นปีที่นายลักษณ์วจนานวัชผู้จัดการธ.ก.ส.คนปัจจุบันต้องทำงานเหนื่อยหนักกว่าผู้จัดการธ.ก.ส.ทุกคนในอดีตที่ผ่านมาเพราะในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจเครื่องมือของรัฐท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่มีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่โดยรัฐบาลที่จากไปและเข้ามาใหม่มีแนวนโยบายบริหารประเทศแตกต่างกันออกไป
Read more“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน
“วรพล” ชูธงนำผลักดันตลาดทุนตั้งเป้าศูนย์กลางอาเซียน เลขา ก.ล.ต.วรพล โสคติยานุรักษ์ ถือโอกาสฉลองปี 2555 ครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งสำนักงาน ก.ล.ต. และปีที่ตลาดทุนไทยเข้าสู่การเปิดเสรีเต็มรูปแบบ ทำหน้าที่เป็น หัวขบวนผลักดันตลาดทุนไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางอาเซียน โดยพลิกบทบาท ก.ล.ต.ที่เป็น “ผู้กำกับ” มาเป็น “เพื่อนคู่คิด” นำพาภาคเอกชนมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย ชี้ศักยภาพไทยที่เป็นทั้ง Land Link และ Culture Link ชิงความเป็นผู้นำเหนือคู่แข่งอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย เริ่มต้นด้วยการนำทัพตลาดหลักทรัพย์ฯ บล. บลจ. สานสัมพันธ์ไทยลาว ...
Read moreกรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ!
กรุงศรีออโต้เชื่อปีนี้ยังโตดีแรงหนุนตลาดรถยนต์มีอื้อ! กรุงศรีออโต้เล็งสินเชื่อปีนี้โตเลข 2 หลัก จากปีก่อนทำสินเชื่อคงค้างได้เกินเป้า 1.42 แสนล้านบาท เผยน้ำท่วมกระทบไม่มากลูกค้าขอยืดหนี้แค่ 2% ปรับโครงสร้างหนี้แค่ 75 ราย เชื่อปีนี้ตลาดรถยังไปได้สวย จากแรงส่งทั้งคนรอรับรถตั้งแต่ปีก่อน มีรถรุ่นใหม่ออก มาตรการรถคันแรกของรัฐบาล ล่าสุดจับมือไปรษณีย์ไทยเปิดช่องทางแจ้งขอใช้สินเชื่อ คาดเพิ่มยอดได้อีกปีละ 500 ล้านบาท ชี้เป็นเจ้าเดียวมีช่องทางให้บริการลูกค้ามากที่สุด
Read moreรับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา
รับสร้างบ้านครึ่งปีแรกชะลอตัว พีดีเฮ้าส์ลุยตลาดภูธร 10 สาขา พีดีเฮ้าส์ เดินแผนการตลาดปี 2555 ลุยปักธงอีก 10 สาขาทั่วทุกภูมิภาค โดยมีทั้งลงทุนเองและขายแฟรนไชส์หวังกวาดยอดขาย 1,200-1,400 ล้านบาท มองแนวโน้มปีมะโรง ตลาดรับสร้างบ้านกทม.และปริมณฑลครึ่งปีแรกชะลอตัว เร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเจาะกำลังซื้อตลาดต่างจังหวัด
Read moreลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน
ลูกค้าฮอนด้าสบายใจได้ทุบรถน้ำท่วมทิ้งพันคัน ฮอนด้าทำลายรถที่ได้รับความเสียจากน้ำท่วม จำนวน 1,055 คัน พร้อมยืนยันว่าไม่มีรถหลุดส่งมอบให้ลูกค้าอย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอนอยู่ในโรงงานเท่านั้น และยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
Read moreบทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา
บทเรียน 3 ครั้งซ้อนดีแทคแก้เครือข่ายล่มทุ่ม 4 หมื่นล.พัฒนาสัญญา ดีแทคเตรียมงบ 4 หมื่นล้านพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายรองรับการให้บริการโทรคมนาคมพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเครือข่ายล่มจากเหตุการณ์ 3 ครั้งที่ผ่านมาอย่างเต็มที่และหามาตรการแก้ปัญหาระยะยาว
Read moreHome
หุ้้นน่าลุ้น
- Details
- Created on Friday, 19 August 2011 21:50

ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
หุ้นธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL ปัจจุบันนับว่ามีราคาผันผวนพอสมควร แต่ดูแล้วก็อยู่ในกรอบที่ไม่กว้างมากนัก ดังนั้น มองในแง่ของการลงทุนแล้ว นับว่ายอมรับได้ เพียงอาจทำให้ไม่ค่อยสะใจในการเก็งกำไรเหมือนหุ้นเก็งกำไรอื่นๆ ก็ต้องยอมรับในความเป็นจริงที่ว่าหุ้นบลูชิปขนาดใหญ่ไม่ควรจะมีราคาผันผวนมากเกินไป จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้มาก และจะกลายเป็นหุ้นเก็งกำไรที่ไม่มีอะไรโดดเด่นในการลงทุนไปด้วย การที่ราคาหุ้น BBL ยังคงอยู่ต่ำกว่าพื้นฐานจริง แม้ราคาจะไม่สูงขึ้น ก็นับเป็นส่วนดีสำหรับการลงทุนได้ตลอดเวลา จะได้เป็นหุ้นที่รอให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการเก็งกำไรก็ปล่อยให้เกิดได้บ้างในบางเวลาเท่านั้น อย่างนี้จะทำให้นักลงทุนที่ถือหุ้นลงทุนนานๆ จะได้ไม่หวั่นกับกระแสตลาดมากเกินไป
จุดดีของธุรกิจธนาคารขนาดใหญ่อย่าง BBL ในขณะนี้คือการเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเน้นการปล่อยสินเชื่อธุรกิจมากที่สุด ทำให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการลงทุนของภาคเอกชน ทำให้ธนาคารมีรายได้ในส่วนดอกเบี้ยรับสูง ขณะเดียวกันปัจจุบันธุรกิจธนาคารไม่ได้มีรายได้เฉพาะการปล่อยสินเชื่อ ยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียมต่างๆ อีกมาก รวมถึงรายได้จากการประกันชีวิต นอกจากนี้จุดดีของ BBL ยังดูได้จากเป็นธนาคารที่มีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝากในระดับต่ำ ทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้ตลอดเวลา โดยไม่ติดเงื่อนไขข้อจำกัด โอกาสสร้างรายได้จึงมีมากไปด้วย และข้อที่ดูดีสำหรับผู้ที่จะลงทุนใน BBL คือการที่ธนาคารมีงบดุลที่แข็งแกร่งมาก และมีอัตราการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสูงสุดในระบบคือสูงกว่า 158% เท่ากับเป็นการบอกให้รู้ว่าแม้จะเกิดปัญหากับลูกหนี้จำนวนมาก ธนาคารก็สามารถรับความเสี่ยงได้ทั้งหมดโดยจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ลงทุนในหุ้นธนาคารมากนัก
เมื่อมาพิจารณาในด้านการประกอบการในปี 2554 พบว่า BBL มีผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากไตรมาสแรกที่มีกำไรเพียง 6,468.81 ล้านบาท เพิ่มเป็น 7,405.81 ล้านบาทในไตรมาส 2 แสดงถึงการมีเสถียรภาพที่ดีในการทำกำไรในแต่ละไตรมาส ดังนั้น เมื่อมาพิเคราะห์พิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมที่กำลังเอื้ออำนวยในปัจจุบันจากการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดี และจากการที่รัฐบาลใหม่กำลังจะเร่งใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มจะมีผลให้ธุรกิจต่างๆ ในประเทศดีขึ้น มีผลทั้งเพิ่มรายได้และยังทำให้ NPL ของธนาคารลดต่ำลงไปด้วย จากผลกำไรครึ่งปีแรกที่ทำได้รวม 13,874.62 ล้านบาท จึงคาดหมายได้ว่าตลอดปี 2554 กำไรของธนาคารจะได้มากกว่า 2.7 หมื่นล้านบาทได้ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นจะได้ที่ 14.54 บาท เมื่อมาคิดเป็นราคาหุ้นที่เหมาะสมด้วยการใช้ค่าพีอีกลุ่มธนาคารที่ปัจจุบันอยู่ระดับ 13.4 เท่าแล้ว จะได้คำตอบออกมาว่าราคาหุ้นควรยืนที่ระดับ 195 บาทได้ทันที แต่พบว่าราคาซื้อขายในตลาดยังอยู่แค่ 158 บาท จึงมี Upside ได้อีกมากถึง 23.29% โดยยังไม่คิดรวมเงินปันผลตอบแทนที่จะได้อีกประมาณ 3.5% ต่อปีรวมอยู่ด้วย ดูแค่ผลตอบแทนจากเงินปันผลก็คุ้มค่าการลงทุนได้แล้ว เพราะไม่ต่างจากดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ยังได้กำไรในส่วนต่างราคาได้อีกด้วย
กรุงเทพประกันชีวิต (BLA)
ปกติจะไม่ค่อยมีคนสนใจในธุรกิจหรือหุ้นประกันชีวิตมากนัก เพราะมองเป็นธุรกิจทั่วๆ ไปที่ไม่มีอะไรหวือหวา แต่มาปัจจุบันในวงการตลาดหุ้นกลับพบว่าหุ้นของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต หรือ BLA กลับมีราคาที่ขึ้นลงหวือหวามาก โดยเฉพาะทิศทางราคามีแนวโน้มในทางบวกมากกว่าลบด้วย เท่ากับทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงต่ำคือใครที่เข้าไปซื้อไล่ราคา ก็ยังมีโอกาสรอดตัวและได้กำไร หากสามารถถือลงทุนในระยะยาวได้ ทำให้มองการลงทุนใน BLA มีความเสี่ยงต่ำมาก และมีโอกาสได้กำไรสูงไปด้วย
เมื่อมาพิจารณาในด้านผลประกอบการของ BLA จะพบว่ามีผลกำไรอยู่ในเกณฑ์ดีมาจากการผลักดันช่องการขายผ่านธนาคารกรุงเทพที่เป็นธนาคารใหญ่สุดของประเทศ ทำให้ BLA มีรายได้เติบโตสูงมาก เห็นได้ชัดเจนจากกำไรไตรมาสแรกปี 2554 นี้ ที่ทำให้ได้ 987.2 ล้านบาท เพิ่มมาเป็น 1,291.90 ล้านบาท ในไตรมาส 2 หรือเท่ากับกำไรเพิ่ม 30.9% เลยทีเดียว กลายเป็นไตรมาส 2 BLA ทำกำไรได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์และเมื่อดูจากอัตรากำไรขั้นต้น เดิมที่จะอยู่แค่ 2% มาไตรมาส 2 กลับเพิ่มมาเป็น 10% พบว่านอกจากจะมีการขายที่มากขึ้นจากการผ่านธนาคารกรุงเทพแล้ว ยังทำให้การตั้งสำรองเบี้ยประกันลดลงจาก 60.4% ลงมาเป็นแค่ 59.5% ด้วย รวมทั้งยังประหยัดในเรื่องค่าคอมมิชชั่นอีกด้วย ที่กล่าวมาทั้งหมดคือจุดดีของธุรกิจ BLA ที่มีการเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากนั่นเอง ทำให้สามารถคาดหวังได้ว่าธุรกิจ BLA จะสามารถทำกำไรได้ดีตลอดปี และมีแนวโน้มดีต่อไปถึงปีต่อๆ ไปด้วย
ดังนั้น การมาพิจารณาหุ้น BLA จึงน่าพิจารณาจากที่กล่าวมาข้างต้นทำให้มีการประเมินว่า BLA ในปี 2554 นี้ จะมีกำไรได้ที่ระดับ 4,300 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 3.58 บาท หากใช้ค่าพีอีกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตที่ปัจจุบันอยู่ระดับ 14.9 เท่ามาคำนวณจะได้ราคาที่ 54 บาท ในขณะที่ราคาหุ้น BLA ในตลาดซื้อขายอยู่ระดับใกล้เคียงกับราคาที่ประเมินคือ 55 บาทมาก มองเผินๆ ก็เสมือนว่า ราคาหุ้นเต็มมูลค่าจากพื้นฐานจริงในขณะนี้ แต่หากพิจารณาในด้านการเก็งกำไร โดยมองไกลออกไป เช่นการประเมินว่ากำไรของ BLA ในปี 2555 จะเพิ่มเป็น 4,800 ล้านบาทได้ ก็จะทำให้กำไรต่อหุ้นของ BLA เพิ่มเป็น 4 บาท เมื่อนำมาคิดเป็นราคาตามค่าพีอีกลุ่มปัจจุบันจะได้คำตอบใหม่ออกมาว่า ราคาควรเป็น 59.60 บาท จึงมีส่วนต่างของราคาเกิดขึ้นจากราคาหุ้นปัจจุบัน อย่างน้อยก็มี Upside ได้อีก 8.4% ก็ทำให้สามารถใช้ประเด็นนี้เป็นตัวจูงใจในการเก็งกำไรได้ และจะยิ่งน่าเก็งกำไรได้มาก เมื่อพบว่าบรรดาโบรกเกอร์ใช้ค่าพีอีในการประเมิน BLA ที่สูงถึง 16 เท่ามาคิด เพราะคำตอบใหม่ที่ได้คือราคาเป้าหมายของ BLA ในปี 2554 นี้ จะเปลี่ยนเพิ่มเป็น 57.28 บาท และปีหน้าราคาเป้าหมายจะเป็น 64 บาท ทำให้มี Upside ปีหน้าได้อีกมากถึง 16.36% จากการที่ราคา BLA ในตลาดผันผวนมาก ก็แสดงว่ามีบรรยากาศการเก็งกำไรมาร่วมอยู่ด้วย ข้อด้อยคือการจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีแรกแค่ 0.38 บาทต่อหุ้น คงต้องรอปลายปีจะได้มากกว่า จึงเหมาะกับการถือลงทุน แต่ก็เก็งกำไรได้มากด้วย
เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG)
เมื่อพูดถึงขยะคนส่วนมากจะคิดไม่ออกว่าจะมีค่าอะไรที่จะคิดในทางธุรกิจ เนื่องจากจะคิดกันว่าเป็นสิ่งที่ไร้ค่า ไม่มีราคา แต่ปัจจุบันเราพบและรู้มากขึ้นแล้วว่าขยะมีค่า มีราคา อยู่ที่จะมีการจัดการอย่างไรเท่านั้น ในที่นี้เราจะไม่พูดให้กว้างออกไปไกลมาก เอาแค่นำเรื่องปัญหาขยะมาจัดการก็มากพอแล้ว ที่จะบอกก็คือขยะในขณะนี้ไม่ใช่แค่เศษอาหารวัสดุ แต่ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่คือขยะของภาคโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งนับเป็นขยะหรือเรียกเป็นทางการว่ากากอุตสาหกรรม มีจำนวนมากมหาศาล จนยากที่จะกำจัดให้หมดจดสะอาดเรียบร้อยได้หมดจริงๆ จึงเป็นที่มาของธุรกิจกำจัดขยะหรือกากอุตสาหกรรมที่กำลังจะพูดถึงในที่นี้
บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน หรือ BWG เชื่อว่านักลงทุนในตลาดอาจไม่ค่อยได้สนใจ และยังไม่รู้ว่าเป็นธุรกิจอะไรอยู่ในหมวดไหนของตลาด บอกได้เลยว่าเป็นธุรกิจที่ทำการกำจัดกากอุตสาหกรรมนั่นเอง ภาษาชาวบ้านอาจเรียกว่าเป็นการกำจัดขยะ แต่ในที่นี้เน้นขยะที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม จึงเรียกเป็นกากอุตสาหกรรม เป็นหุ้นที่อยู่ในหมวด บริการเฉพาะกิจ ซึ่งหมวดนี้ปัจจุบันมีหุ้นอยู่แค่ 3 บริษัทเท่านั้น และ BWG นับว่าโดดเด่นมากที่สุดของกลุ่ม คือมีวอลุ่มการซื้อขายมากที่สุดในกลุ่มก็จะสรุปให้เข้าใจกันง่ายๆ ว่าจาก 2 ปีก่อนที่เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมในนิคมมาบตาพุด จังหวัดระยอง จนเกิดแรงกดดันให้ภาครัฐต้องเพิ่มความเข้มงวดในการจัดการและควบคุมกากของเสียจากโรงงานต่างๆ ทำให้บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน มีโอกาสที่ดีในการทำธุรกิจมากขึ้น พูดได้ว่าตลาดใหญ่กว่าขนาดกำลังการดำเนินธุรกิจมาก ทำให้มองอนาคตธุรกิจในด้านสดใสได้อีกนาน เพราะดูจากกำลังการกำจัดขยะหรือกากอุตสาหกรรมของ BWG ในปัจจุบัน จัดการได้เพียง 2 แสนตันต่อปี แต่เมื่อกลับไปดูปริมาณกากอุตสาหกรรมปัจจุบันมีประมาณ 25 ล้านตันต่อปี คิดแล้ว BWG ก็ทำได้แค่ 1-2% ของกากทั้งหมดเท่านั้น จึงพูดได้ว่าเรื่องตลาดไม่มีปัญหา มีแต่ BWG จะขยายกิจการอย่างไรที่จะได้ดีที่สุด ไม่ใช่ทำอย่างลวก นี่คือจุดดีจุดเด่นที่ควรคิดพิจารณามาก ดังนั้น เรื่องแนวโน้มธุรกิจบอกได้เลยว่ามีแต่ดีกับดีมาก จึงมองข้ามธุรกิจไปได้เลย มามองที่ผลประกอบการจะดีกว่า จากผลกำไรไตรมาสแรกปี 2554 นี้ที่ BWG ทำได้ 21 ล้านบาท ดีกว่าปีก่อนที่มีผลขาดทุน 5.17 ล้านบาทมาก คาดว่าไตรมาส 2 ผลกำไรยังคงดีขึ้นอีก ทำให้มีการประเมินว่าปี 2554 นี้จะมีกำไร 107 ล้านบาทได้ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.17 บาท ส่วนปีหน้า 2555 กำไรจะเพิ่มเป็น 140 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.18 บาท แค่นี้ก็เพียงพอต่อการจะมาประเมินราคาหุ้นได้แล้วว่า ควรเป็นเท่าใด ก็แค่เอาค่าพีอีตลาดปัจจุบันที่อยู่ระดับ 13.6 เท่ามาคำนวณ จะได้คำตอบว่าราคา BWG ควรเป็น 2.31 บาทในปีนี้ แต่พบว่าราคาในตลาดยังซื้อขายกันแค่ 1.49 บาท จึงยังมี Upside ราคาได้อีกมากถึง 55.17% และปีหน้าก็จะยิ่งมี Upside มากยิ่งขึ้น โดยยังไม่ได้คิดรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลที่จะได้รับอย่างน้อยอีก 3.36% ในปีนี้ด้วย ส่วนปีหน้าก็จะได้มากขึ้นไปอีกเช่นกัน คือกว่า 4% ดูแล้วไม่ว่าจะมองด้านใดก็พบว่าน่าสนใจไปหมด เพราะดูคุ้มค่าไปหมด แค่เงินปันผลก็คุ้มค่าการลงทุนแล้ว ที่เหลือปล่อยเป็นผลพลอยได้ก็แล้วกัน









